เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 2 พฤษภาคม 2026 at 00:07.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ฝนฟ้ากระหน่ำลงมาแบบปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือระยะหลังนี้มักจะมีลมพายุมาด้วย เหตุเพราะว่าโลกของเราร้อนขึ้น เมื่อถึงเวลาอากาศเย็นมากระทบ อากาศร้อนพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็กลายเป็นพายุได้ง่าย จึงเป็นเรื่องที่ท่านทั้งหลายจะต้องระมัดระวังเรือนชานบ้านช่องเอาไว้ด้วย

    สมัยก่อนเขาไม่นิยมการปลูกบ้านใกล้ต้นไม้ใหญ่ เพราะว่าถ้าเป็นฤดูฝนฟ้าคะนอง ถ้าไม่ใช่กิ่งหักทับบ้านก็อาจจะมีฟ้าผ่าลงมา แล้วทำให้ต้นไม้นั้นหักทับบ้านของเราได้ จนกระทั่งมีคำพูดประเภทว่า "บ้านใกล้วัด ไม้ปัดหลังคา หมาเยี่ยมหน้าต่าง เป็นกาลกิณี..!"

    คำว่า บ้านใกล้วัดนั้น ถ้าหากว่าเราอยู่ใกล้วัด อาจจะมีการกระทบกระทั่งกันได้ เนื่องเพราะว่าพระภิกษุสามเณรก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา เกิดมีอะไรไม่พอใจกัน มีปากมีเสียงกันขึ้นมา ก็จะเป็นการสร้างเวรสร้างกรรมเสียเปล่า ๆ โดยเฉพาะถ้าบ้านมีลูกสาวสวย บางทีพระภิกษุสามเณรหนุ่ม ๆ ก็คงจะไม่เป็นอันทำวัตรสวดมนต์กันเป็นแน่แท้..!

    "ไม้ปัดหลังคา" ก็คือถ้าหากว่าปลูกอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็อาจจะมีอันตรายต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ดังที่กล่าวไปแล้ว

    ส่วน "หมาเยี่ยมหน้าต่าง" นั้น ถ้าหากว่าบ้านเตี้ยขนาดหมาสามารถยืดมองถึงหน้าต่างได้ แล้วจะไปเหลืออะไร ถ้ามีคนคิดจะขโมยหรือว่าปล้นชิง..?!

    เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่คนโบราณเขาถือว่าเป็นภูมิปัญญาที่ตกผลึกแล้วอย่างหนึ่ง ซึ่งคนรุ่นหลังอาจจะมองข้ามไป โดยเฉพาะในสมัยนี้การสร้างบ้านสร้างเรือนต่าง ๆ ก็ไม่ได้ดูทางน้ำทางลมอะไรเลย เป็นเหตุให้ไปขวางทางน้ำ แล้วกลายเป็นน้ำท่วมใหญ่บ้าง ไปขวางทางลม เมื่อเกิดพายุฤดูร้อน ทำให้บ้านพังเสียหายบ้าง

    ถ้าหากรู้จักระมัดระวัง ถือโบราณไว้หน่อย ก็ไม่ต้องเสียทรัพย์สินเงินทองไปในการซ่อมการสร้างใหม่เหล่านั้น แต่คนสมัยนี้ก็มักจะคิดว่า คนโบราณนั้นเป็นประเภทไม่ทันสมัย ประมาณว่าไดโนเสาร์เต่าล้านปีอะไรทำนองนั้น..! จึงมักจะไม่ค่อยให้ค่าความรู้แบบโบราณ กลายเป็นว่าทำตามใจของตนเองแล้วมาเดือดร้อนทีหลัง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    กระผม/อาตมภาพเองวันนี้ต้องรีบลงบัญชีกองทุนรักษาพยาบาลพระภิกษุสามเณร ซึ่งบัญชีกองทุนรักษาพยาบาลพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนในปัจจุบันนี้ มีผู้ตั้งกองทุนมาทั้งสิ้น ๑๓๙ กองทุน หลายท่านตั้งแล้วตั้งเลย ไม่ทราบว่าล้มหายตายจากไปหรือเปล่า ? เพราะว่าหายเงียบไปเฉย ๆ ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเพิ่มทุน หรือว่าอะไรก็ตาม

    หลายท่านก็ดีเหลือเกิน มีการเพิ่มทุนอยู่ทุกเดือน และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือมีหลายท่านที่เพิ่มทุนในวันที่เดียวกัน จำนวนเงินเดียวกันในทุกเดือน แสดงออกซึ่งความละเอียดและหยาบของจิตที่ไม่เท่ากัน ท่านที่สภาพจิตมีความละเอียดมาก สติมีมาก ท่านก็จะโอนเงินเข้ากองทุนในวันเวลาที่ตรงกันทุกเดือน และเป็นจำนวนยอดที่แน่นอนเท่ากันในทุกเดือน ส่วนบางท่านนั้น หลาย ๆ เดือนก็โอนทีหนึ่ง และบางท่านตั้งแล้วก็ลืมขาดไปเลย ๑๐ กว่าปี ไม่เคยติดต่อมาเลยก็มี..!

    เพียงแต่ว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นที่ตั้งใจจะพูดก็คือ บุคคลที่สภาพจิตละเอียด มีสติจดจำระมัดระวังอยู่เสมอ คำนึงถึงจาคานุสติ คือการบริจาคให้ทาน เมื่อถึงเวลาก็โอนเงินบริจาคเข้าบัญชีไปตรงเวลาทุกเดือน เป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญมาก

    บุคคลที่อยู่ในลักษณะนี้ ถ้าท่านตั้งใจรักษาศีล ปฏิบัติธรรมให้ดี จะมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก เพราะว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลายทำนั้น แสดงออกซึ่งความละเอียดของจิตใจ และสติที่มีความรอบคอบ ระมัดระวังเป็นอย่างสูง เป็นเรื่องที่บุคคลจำนวนมาก พยายามจะทำอย่างไรก็ทำไม่ได้ เพราะว่าความละเอียดของจิต และสติของตนเองไม่ได้มีมากขนาดนั้น


    จึงเป็นเรื่องที่กระผม/อาตมภาพทำบัญชีไปก็ชื่นชมไปกับท่านทั้งหลายเหล่านั้น ซึ่งบางท่านมีเพื่อนฝูงฝากปัจจัยร่วมทำบุญมาด้วย ก็ยังอุตส่าห์โอนให้เพื่อนตรงเวลาในทุกเดือนเช่นกัน ต้องขออนุโมทนาและขอเจริญพรขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง

    ในเรื่องของปัจจัยกองทุนรักษาพยาบาลพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนนั้น ในปัจจุบันนี้มีหลายคณะสงฆ์ในอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดกาญจนบุรี ที่พยายามจะเลียนแบบและทำตาม แต่ไม่สามารถที่จะทำได้ เนื่องเพราะว่าญาติโยมส่วนใหญ่ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน คือทำบุญแล้วก็ลืมไปเลย ไม่สามารถที่จะเพิ่มทุนให้อย่างสม่ำเสมอ กองทุนนอกจากจะไม่งอกเงยแล้ว ถ้ามีพระภิกษุสามเณรเจ็บไข้ได้ป่วยสัก ๓ - ๔ รายพร้อม ๆ กัน กองทุนก็มักจะติดลบไปเลย..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    จึงเป็นเรื่องที่ญาติโยมทั้งหลายควรที่จะภาคภูมิใจว่า การที่ท่านได้ร่วมตั้งกองทุนรักษาพยาบาลพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนนั้น เป็นเรื่องที่สร้างบุญสร้างกุศลให้แก่ตนเองเป็นอย่างสูง เนื่องเพราะว่าการรักษาพยาบาลพระภิกษุสามเณรนั้นมีอานิสงส์ที่สูงมาก

    ในขณะเดียวกัน ก็ได้สร้างทานบารมี ตลอดจนกระทั่งในเรื่องของการควบคุมตนเองให้เป็นผู้มีสัจจบารมี คือกระทำอะไรที่ตรงไปตรงมาเป็นอย่างยิ่ง และยังพร้อมด้วยสติสัมปชัญญะ สามารถระลึกได้ว่า ทุกต้นเดือนหรือทุกสิ้นเดือน ตนเองจะต้องโอนปัจจัยเพื่อร่วมกองทุนรักษาพยาบาลพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุน

    ในส่วนของทางวัดของเรานั้น กระผม/อาตมภาพเองก็ยังคงต้องจ่ายกองทุนเหล่านี้เป็นระยะไป แต่ว่านาน ๆ ก็จะมีรายใหญ่สักทีหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีพระวัศพล จนฺโทภาโส ซึ่งท่านเกิดอุบัติเหตุในขณะที่นำรถขนขยะไปทิ้ง จนกระทั่งโดนรถทับขาหัก..! ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะเดินลงน้ำหนักได้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าอาศัยที่มีกองทุนรักษาพยาบาลให้เบิกได้ และกระผม/อาตมภาพก็สอบถามอยู่บ่อย ๆ ว่าตอนนี้อาการเป็นอย่างไร ? หรือว่าจะต้องเบิกเงินเพิ่มเติมตรงส่วนไหนบ้าง ?

    ท่านเองก็พยายามที่จะรักษาตนเองโดยไม่นิ่งดูดาย แม้กระทั่งในเรื่องของการขบฉัน หรือว่าทำวัตรสวดมนต์ เจริญพระกรรมฐาน ก็ยังอุตส่าห์ใช้ไม้เท้าค้ำตนเองไปร่วมด้วยทุกครั้ง แม้ว่าจะต้องนั่งเก้าอี้ เพราะไม่สามารถจะนั่งพื้นในการสวดมนต์ไหว้พระได้ แต่ท่านก็ไปโดยที่ไม่ยอมขาด

    เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและน่าอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง และเชื่อว่าบุญกุศลที่ท่านได้กระทำนั้น ก็จักเป็นปฏิพรย้อนสนองกลับไปยังญาติโยมเจ้าของทุนทั้งหลาย ที่ตั้งทุนเอาไว้ก็ดี ที่ร่วมทุนกับกระผม/อาตมภาพมา โดยไม่ตั้งกองทุนของตนเองก็ดี

    จงเป็นตบะเดชะ พลวปัจจัย ดลบันดาลให้ท่านทั้งหลายอย่าเจ็บอย่าไข้ อย่าได้มีเรื่องยากลำบากเกิดขึ้นในชีวิต ด้วยบุญกุศลที่ท่านได้บรรเทาเวทนาให้กับผู้อื่น ขอให้เวทนาที่เกิดขึ้นกับท่านนั้น มีแต่ด้านของความเป็นสุข ด้านของความเป็นทุกข์จงอย่าได้รู้มี หรือว่าถ้ามี ก็ขอให้อานุภาพบุญกุศลนี้ ช่วยดลบันดาลให้มีน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,105
    ค่าพลัง:
    +26,911
    สำหรับวันนี้กระผม/อาตมภาพจะต้องเดินทางไปยังประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่กระผม/อาตมภาพรู้แค่ว่าเป็นเกาะยาว ๆ สองเกาะ ก็คือเกาะเหนือและเกาะใต้ ทางด้านเกาะใต้นั้นใกล้กับขั้วโลกใต้เลยทีเดียว อากาศน่าจะค่อนข้างเย็นอยู่มาก ส่วนอื่นที่รู้ก็คือที่นี่มีชนเผ่าพื้นเมืองที่เรียกว่า "ชาวเมารี" ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

    อีกอย่างหนึ่งก็คือบรรดาสัตว์แปลก ๆ ต่าง ๆ ตั้งแต่ "นกแก้วคาคาโป" ซึ่งเป็นนกแก้วอ้วนใหญ่ที่ไม่สามารถบินได้ นอกจากวิ่งไปวิ่งมาบนพื้น หน้าตาเหมือนนกฮูกสีเขียวมากกว่าที่จะเป็นนกแก้ว หรือว่านกกีวี ที่พวกเรารู้จักกันว่าเป็นตราของยาขัดรองเท้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เจ้าตัวปากยาวไม่มีปีกนี้ สามารถออกไข่ใบใหญ่เกือบเท่าตัวเอง ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่าเอาไปเก็บไว้ตรงไหนของร่างกาย ?!

    ตลอดจนกระทั่งนกอีโก้งยักษ์ที่บินไม่ได้ของบ้านเขา ซึ่งชื่อว่า "นกทาคาฮี" นอกจากนี้แล้ว กระผม/อาตมภาพก็แทบจะไม่มีความรู้จักเกาะแห่งนี้อีกเลย จึงอยากจะไปดูด้วยสายตาตนเองสักครั้ง เมื่อได้รับความเมตตาจากคณะญาติโยม ช่วยออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ และตนเองสามารถที่จะหาเวลาว่างไปได้ ก็รีบรับไว้แต่โดยดี เหตุการณ์ที่พบเจอจะเป็นอย่างไรนั้น ขอให้ท่านทั้งหลายติดตามได้ในเว็บไซต์วัดท่าขนุน ซึ่งน่าจะลงภาพการเดินทางตั้งแต่เย็นนี้เป็นต้นไป

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...