รวมวัตถุมงคลทั่วทุกภูมิภาคประเทศไทย

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    1777215390384.jpg

    เรื่องเล่าจากทิดริน..วันนี้ผมขอนำเรื่องราวการจับพลังพุทธคุณวัตถุมงคลของพระอาจารย์วิชัย ผาสุโกหรือ"พระอาจารย์ทึม"ผู้สืบทอดวิชาฝังเข็มทองจตุราวุธแห่งถ้ำวัวแดง จ.เลยเพื่อเผยแผ่บารมีของครูบาอาจารย์ หลวงพ่อวิชัยหรือพระอาจารย์ทึมในหมู่ศิษยานุศิษย์จะทราบและรับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์และความเข้มขลังของวัตถุมงคลของท่านไม่ว่าจะเป็นพระเครื่องหรือเครื่องรางที่พระอาจารย์ทึมท่านปลุกเสกให้จะมีพลังพุทธคุณแรงมากดั่งที่ผมประสบมาและนำมาเล่าให้ทุกท่านได้ทราบกันครับ...เรื่องนี้เกิดเมื่อหลายปีที่ผ่านมาน่าจะประมาณปี51ช่วงนั้นผมเข้าเวรอยู่การไฟฟ้านครหลวงที่ทำงานของผม ผมจำเวลาได้ประมาณ5ทุ่มมีโทรศัพท์โทรเข้ามือถือผม"ในสายสอบถามผมว่าใช่ทิดรินที่เป็นลูกศิษย์พระอาจารย์ทึมใช่มั้ยครับ ผมก็ตอบไปว่า"ใช่ครับมีอะไรหรือครับ" คนในสายก็บอกว่าเขาลองนำวัตถุมงคลของพระอาจารย์ทึมไปจับพลังดูเพราะเขาชอบจับพลังพุทธคุณของพระเกจิอาจารย์ดังๆในประเทศและเห็นว่าลงโฆษณาในหนังสือนะโมว่าของพระอาจารย์ท้าพิสูจน์ให้จับพลังได้เลย "ผมก็ถามเขาว่าสามารถจับพลังพุทธคุณได้หรือ"เขาบอกว่าเขาเรียนทางด้านนี้มา "ผมก็ถามเขาว่าแล้วนำวัตถุมงคลรุ่นไหนของพระอาจารย์ไปจับครับแล้วผลเป็นอย่างไรครับ"เขาบอกว่าเป็นพระสมเด็จหลังปั้มเลข5และบอกว่าแค่เขาตั้งนะยังไม่ได้ลงโมเลยมือถึงกับสบัดเลยครับพุทธคุณแรงมากๆเลยและก็ถามผมว่าพระอาจารย์อายุเท่าไร''ผมก็บอกไปว่าพระอาจารย์อายุ51ตอนนั้นนะครับเขาถึงกับอุทานมาในสายว่าอายุแค่นี้ปลุกเสกของได้แรงขนาดนี้เลยหรือ ผมก็ถามเขาว่าในยุคปี51นี้มีพระเกจิอาจารย์รูปไหนบ้างที่ปลุกเสกและมีพลังพุทธคุณแรงแบบของพระอาจารย์ทึมบ้าง เขาบอกว่ามีอยู่3องค์ 1.หลวงปู่กาหลงเขี้ยวแก้ว(แต่ต้องเป็นยุคแรกๆนะครับยุคหลังไม่มีพลังเลย..ทุกท่านคิดเอาเองนะครับเพราะอะไร.?) 2.หลวงปู่หงษ์ สุสานทุ่งมน จ.สุรินทร์ และ3.พระอาจารย์ทึม วัดเขาสว่างวงษ์ครับนอกนั้นเขาบอกเฉยๆ ที่เล่ามานี้แค่อยากเผยแผ่บารมีครูบาอาจารย์และบอกเพื่อนๆในหมู่ลูกศิษย์ของพระอาจารย์ทึมว่าพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังที่ท่านปลุกเสกให้นั้นพุทธคุณแรงและเข้มขลังมากและไม่ต้องกลัวของปลอมหรือเสริมเพราะยังไม่มีของปลอมและไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือมีชื่อเสียงโด่งดังแต่อยู่ที่ความศรัทธาและการทำความดีส่วนตัวผมเองถ้าก้าวเท้าเดินออกจากบ้านไม่ว่าจะไปไหนไกลหรือใกล้ในตัวผมต้องมีวัตถุมงคลของอาจารย์ติดตัวตลอดโดยเฉพาะเข็มทองจตุราวุธที่ฝังอยู่ในตัว แต่ก็แปลกนะครับถ้าเวลาไหนผมพูดหรือคิดเรื่องเข็มทองขึ้นมาเมื่อไรจะรู้สึกมีอาการเห่อๆที่หลังทุกครั้งไปก็แปลกดีครับ ซึ่งขณะที่พิมพ์เล่าเรื่องราวนี้อยู่ก็มีอาการเห่อที่หลังตลอดเวลาครับ แล้ววันหลังผมจะนำเรื่องราวประสบการณ์เข็มทองที่ตัวผมและเพื่อนๆผมได้เจอประสบการณ์มาเล่าสู่ให้ฟังครับ หรือเพื่อนๆท่านใดมีประสบการณ์เกี่ยวกับวัตถุมงคลของพระอาจารย์ก็นำมาเล่าสู่กันได้นะครับเพื่อเผยแผ่บารมีครูบาอาจารย์ ท้ายนี้ฝากเตือนเพื่อนๆควรใช้วัตถุมงคลของพระอาจารย์ทึมไปในทางดีๆและอย่างมีสตินะครับ "พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา สันติพุทโธ นะโมพุทธายะ จะภะกะสะ อิกะวิติ"

    พุทธคุณในการฝังเข็มจตุราวุธ ตัวเข็มนั้นได้หลอมมาจากเงินพตด้วงโบราณจึงมีพุทธคุณที่สูงมาก ในการฝังเข็มนั้นหลวงพ่อได้ร่ำเรียนมาจาก อาจารย์สำลี ซึ่งเป็นฆราวาส โดยร่ำเรียนวิชาใน ( ถ้ำวัวแดง เชียงคาน ) สายพยานาค อยู่ในถ้ำนั้น 2 ปี โดยจะมีลูกศิษย์ส่งข้าวส่งน้ำให้หลวงพ่อทึมระหว่างที่หลวงพ่อได้ร่ำเรียนวิชาฝังเข็มในถ้ำวัวแดงอยู่ในถ้ำ ซึ่งวิชาฝังเข็มในผู้ที่ร่ำเรียนถ้าจิต สมาธิไม่แข็งพอ ก็ไม่สามารถร่ำเรียนสำเร็จได้ ปัจจุบันนี้หาพระอาจารย์ที่เป็นตัวจริงในการฝังเข็มจตุราวุธเตือนภัยได้ยากมาก เพราะกว่าจะสำเร็จวิชานี้ต้องมีจิต สามาธิ ที่อดทนสูงมาก สำหรับผู้ที่ฝังเข็มกับหลวงพ่อไปนั้น จะมีสิ่งที่ดีๆเข้ามา และเข็มนั้นจะเตือนภัยต่างๆได้เป็นอย่างดี นับว่าในประเทศไทยนี้พระอาจารย์ที่สำเร็จในวิชา " ฝังเข็มจตุราวุธ " น่าจะมีหลวงพ่อทึม องค์นี้ที่ได้ร่ำเรียนมาสำเร็จ มีลูกศิษย์ที่ฝังเข็มไปมีประสพกราณ์มากที่ได้พบเห็นมา ..บารมี ผาสุโก..

    ประวัติโดยย่อของหลวงพ่อวิชัย(ทึม)ผาสุโกเจ้าอาวาสวัดเขาสว่างวงษ์ ต.สนามแจง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรีผู้สืบทอดวิชาฝังเข็มทอง"จตุราวุธ"แห่งถําวัวแดง จ.เลย หนึ่งเดียวในประเทศไทย หลวงพ่อวิชัยท่านเป็นชาวบ้านหมี่โดยกําเนิด ตอนที่ท่านเป็นฆราวาสท่านเป็นคนจริงคนหนึ่ง ก่อนที่ท่านจะบวชเพราะเบื่อในชีวิตฆราวาส ท่านเคยเดินทางไปกราบหลวงพ่อพรหม ถาวโรที่วัดช่องแคเพื่อขอของดีป้องกันตัว ซึ่งหลวงพ่อพรหมก็ให้ความเมตตาต่อท่าน ก่อนที่ท่านจะกลับหลวงพ่อพรหมได้เรียกท่านให้เข้าไปหาและเอามือลูบหัวท่านแล้วบอกกับท่านว่าให้บวชซะถ้าไม่บวชเอ็งก็ติดคุก และมอบตําราคาถาอาคมให้กับท่านมาเล่มหนึ่งซึ่งหลวงพ่อวิชัยท่านบอกว่าเป็นตําราด้านคงกระพันมหาอุดซึ่งหลวงพ่อวิชัยท่านก็เก็บรักษาไว้อย่างดี หลังจากนั้นคําพูดของหลวงพ่อพรหมก็เป็นจริง หลวงพ่อวิชัยท่านต้องคดียิjคู่อริท่านต่อสู้คดีอยู่ 3เดือน จึงหลุดพ้นคดี หลวงพ่อวิชัยท่านบวชเมื่ออายุ 23 ปี ณ.อุโบสถวัดเขาวงกฏ เมื่อครั้งอดีตกาลวัดเขาวงกฏเปรียบเหมือนตักศิลา ด้านวิปัสนากัมฐาน โดยมีเกจิอาจารย์ที่เป็นเลิศด้านวิปัสนากัมฐาน นามว่าหลวงปู่เพา พุทธสโร เป็นเจ้าอาวาส หลวงพ่อวิชัยท่านจึงได้รําเรียนวิปัสนากัมฐานจากวัดเขาวงกฏโดยมีหลวงปู่บกเจ้าอาวาสที่สืบทอดต่อๆมาให้ความเมตตาอบรมสั่งสอนจนสําเร็จ หลังจากนั้นท่านจึงกราบลาหลวงปู่บกพระอุปฌาย์ออกธุดงค์หาสถานที่สงบเพื่อฝึกฝนสมาธิ และเสาะหาเกจิอาจารย์ที่มีวิชาเพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ท่านเดินธุดงค์จนถึง หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตจ.เลยติดรอยต่อกับประเทศลาว ท่านได้พบกับอาจารย์สําลีซึ่งเป็นฆราวาสที่เก่งกล้าด้านสรรพวิชาไสยเวทย์ท่านหนึ่งอายุประมาณ 90ปี ท่าน จึงเข้าไปขอฝากตัวเป็นศิษย์ขอเรียนวิชา ซึ่งอาจารย์สําลีท่านก็เมตตารับเป็นลูกศิษย์โดยพาหลวงพ่อวิชัยไปที่ถําวัวแดงเพื่อให้หลวงพ่อวิชัยได้ฝึกสมาธิและรําเรียนสรรพวิชาไสย์เวทย์ โดยที่อาจารย์สําลีท่านได้ขนตําราทั้งหมดที่มีอยู่มาให้หลวงพ่อวิชัยรําเรียน จนสำเร็จ

    เหรียญรุ่นแรก พิธีเสาร์ ๕ สร้างในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ เนื้อทองแดง ถือว่าเป็นเหรียญของพระอาจารย์ทึมรุ่นแรก ที่สร้างมาแจกจ่ายให้ลูกศิษย์ จำนวนการสร้างคาดว่าหน้าจะประมาณ ๕,๐๐๐ เหรียญ ได้ทำการแจกให้แก่ลูกศิษย์ ที่มาช่วยทำบุญที่วัดเขาสว่างวงษ์ ในหลายๆปี เหรียญรุ่นนี้จึงมีคำถามว่า ทำไมมาแจกใน ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ กว่าเพิ่มเติมอีก สรุปได้ว่ามีการปั้มเหรียญนี้เพียงแค่ครั้งเดียว และพระอาจารย์ทึมได้ทำการถยอย แจกจ่ายไปเรื่อยๆ ส่วนผู้ที่ได้รับมาช่วงปีท้ายๆ จะเป็นเหรียญที่อยู่ในกุฎิท่านมาราว ๒๐ ปีกว่าๆ แน่นอนไม่ต้องถามถึงเรื่องความเข้มขลัง เพราะเหรียญชุดที่ทำการแจกภายหลัง จะเป็นเหรียญที่ได้รับการปลุกเสกนานที่สุด เจอกันที่ไหนหาเก็บไว้ใช้ติดตัวกันบ้างนะคับผม

    1777221638019.jpg

    หมอภาค ก็ มาฝากตัวเป็นศิษย์ฝังเข็มทองกับ หลวงพ่อ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญรุ่นแรกอาจารย์ทึมเขาสว่างวงษ์ ยกชุด ๓ เหรียญสวยเดิมๆครับเสกนาน

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260427_002543.jpg IMG_20260427_002619.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    1777300002196.jpg

    “ห้อยพระองค์ไหนของหลวงพ่อก็ได้องค์เดียวพอ ไม่ต้องแขวนกับองค์อื่น แล้วเก็บไว้ในเสื้อไม่ต้องเอาออกมาข้างนอก”

    เป็นคำที่หลวงพ่อพูดไว้ เมื่อคราวที่น้องผมมีเรื่องราวแปลกๆในชีวิต คือมักมีคนเรียกชื่อให้ได้ยินอยู่เสมอ แต่พอหันไปกลับไม่พบเจอใครสักครั้ง

    จนวันหนึ่งได้เข้าไปกราบท่านที่วัด ท่านจึงบอกให้ห้อยพระของท่านติดตัวไว้ตลอดองค์ไหนก็ได้แค่องค์เดียวพอ

    สิ่งอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ทำตามที่หลวงพ่อกล่าว คือ

    มีอยู่วันหนึ่งน้องผมได้เดินทางไปทำธุระนอกบ้าน แล้วเกิดได้ยินเสียงเหมือนมีคนเรียกชื่อ แต่หันกลับไปมองแล้วไม่พบใคร

    ทันใดนั้น พระหลวงพ่อปลื้มที่ห้อยคอติดตัวมา เกิดร้อนขึ้นจนพลาสติกที่เลี่ยมปริแตก ทำให้ที่บริเวณคอที่แขวนพระท่านรู้สึกร้อนผ่าวจนน้องผมรู้สึกได้

    พอผ่านพ้นจากที่นั่นมา น้องผมได้หยิบพระออกมาดูเห็นรอยพลาสติกที่ปริแตกนั้นค่อยๆสมานตัวเองที่ละเล็กที่ละน้อยแล้วกลับมาสนิทดังเดิม อัศจรรย์มาก

    หลังจากนั้นน้องผมก็ไม่เคยได้ยินเสียงเรียกแปลกๆ แบบนั้นอีกเลย

    ส่วนผมก็เคยเกิดเหตุการณ์นี้เหมือนกัน พระหลวงพ่อปลื้มที่เป็นเหรียญรุ่นแรกปี 09 ที่เลี่ยมพลาสติกไว้ เกิดมีเสียงดังเปี๊ยะ แล้วพลาสติกที่เลี่ยมก็ยุบตัวลงโดนไม่ทราบสาเหตุ

    เลยมาคิดขึ้นได้ว่าเคยเกิดเหตุอัศจรรย์นี้กับน้องผมมาก่อน น่าจะมีอะไรที่หลวงพ่อช่วยผมไว้ก่อนเกิดอันตรายแน่นอน

    เรื่องนี้ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อสุดแล้วแต่วิจารณญาณครับ ผมขอเล่าประสบการณ์ไว้เนื่องในวันครู เพื่อระลึกถึงหลวงพ่อปลื้มที่เป็นพระอุปัชฌาย์อาจารย์ที่เคารพบูชาครับ

    ข้อมูลจากคุณ
    Dee suphan

    1777297279537.jpg

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    หลวงปู่ปลื้ม วัดสวนหงส์ สุพรรณบุรี เป็นศิษย์ของก๋งจาบ เช่นเดียว กับ หลวงพ่อเทียม วัดกษัตรา หลวงพ่อกี๋วัดหูช้าง หลวงพ่อแทนวัดธรรมเสน หลวงพ่อยงยุทธวัดเขาไม้แดง

    พระผงรูปเหมือนพิมพ์เม็ดกระดุม ปี ๒๕๔๒ ยกชุด ๒ องค์

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ
    IMG_20260427_212818.jpg IMG_20260427_213115.jpg IMG_20260427_212930.jpg IMG_20260427_212955.jpg IMG_20260427_213023.jpg IMG_20260427_213047.jpg IMG_20260427_215129.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 เมษายน 2026 at 10:46
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    1777303284152.jpg

    เหรียญพระปิดตา นะโม เมตตา พ่อท่านพรหม วัดบ้านสวน จ.พัทลุง ปี ๒๕๓๗
    หลวงพ่อพรหม ขนฺติโก หรือ พระครูขันตยาภรณ์ เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดบ้านสวน ลุ่มน้ำทะเลน้อย จ.พัทลุง ที่มีความเชี่ยวชาญวิทยาคมเป็นที่เลื่องลือไปทั่วสารทิศ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้าของภาคใต้เมืองไทย และได้รับการสืบทอดวิชาสายเขาอ้อ สำนักตักศิลาชื่อดังพัทลุง เกียรติคุณด้านมงคลปูชนียวัตถุที่มีชื่อเสียงของหลวงพ่อพรหม คือ วัตถุมงคล เหรียญ รุ่น จตุราจารย์ รุ่น 1 ปี 2548 และรุ่น 2 ปี 2549 ตามตำรับหลวงพ่อคง อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านสวน หลวงพ่อพรหม บำเพ็ญเพียรตั้งมั่นอยู่ในสมณธรรมอย่างเคร่งครัด มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย ปฏิปทางดงามเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้ได้พบเห็น เป็นร่มโพธิ์ทองของบรรดาพุทธศาสนิกชน ปัจจุบัน หลวงพ่อพรหม สิริอายุ 67 พรรษา 45 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านสวน ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า พรหม ดำรงค์พิพรรธน์ เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 10 มีนาคม 2483 ณ บ้านเลขที่ 115 หมู่ที่ 5 ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ในวัยเยาว์ มีอุปนิสัยเรียบร้อย เป็นเด็กดี ฉลาด ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 โรงเรียนวัดบ้านสวน (คงวิทยาคาร) อ.ควนขนุน และจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบ้านสวน ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2504 โดยมีพระครูพิพัฒน์สิริธร หรือหลวงพ่อคง สิริมโต เจ้าอาวาสวัดบ้านสวน เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระครูคล้อย อโนโม วัดภูเขาทอง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา ขนฺติโก มีความหมายว่า ผู้มีความอดทนเป็นเลิศ หลังอุปสมบท ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรม พ.ศ.2509 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ ที่สำนักเรียนวัดบ้านสวน จากนั้น ได้ไปศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี พ.ศ.2517 จนสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ที่สำนักเรียนวัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ต่อมา พระครูพิพัฒน์สิริธร หรือ หลวงพ่อคง เจ้าอาวาสวัดบ้านสวน มรณภาพลง ตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง คณะพุทธบริษัทของวัดบ้านสวน ได้นิมนต์ท่าน ซึ่งขณะนั้นกำลังศึกษาธรรมบาลีอยู่ที่กรุงเทพฯ มาเป็นเจ้าอาวาส พ.ศ.2518 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านสวน พ.ศ.2519 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านสวน พ.ศ.2531 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่ พระครูขันตยาภรณ์ หลวงพ่อพรหม เป็นพระนักพัฒนาและเป็นพระผู้มีความรู้ความสามารถสูง มีความมุ่งมั่นจะพัฒนาในหลากหลายด้าน ทั้งด้านวัตถุและด้านจิตใจ ดังที่ปรากฏแก่สาธุชนทั่วไป โดยหลวงพ่อเป็นผู้อุปการะโรงเรียนวัดบ้านสวน จัดหาทุนและมอบทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร ตลอดจนนักเรียนที่ขาดแคลนทุนการศึกษา ตั้งสำนักเรียนแผนกธรรม และดำเนินการสอนแผนกธรรมและธรรมศึกษาขึ้นที่วัดบ้านสวน มีผู้สมัครเรียนและสอบแผนกธรรมและธรรมศึกษาทุกปี เป็นครูพิเศษอบรมสั่งสอนจริยธรรมแก่นักเรียนในเขตอำเภอควนขนุน อบรมสั่งสอนพระธรรมวินัยแก่พระภิกษุ สามเณร ศิษย์วัด และอบรมสั่งสอนศีลธรรมแก่พุทธบริษัทของวัดตลอดมา และยังได้รับแต่งตั้งจากเจ้าคณะจังหวัดปฏิบัติหน้าที่ พระธรรมทูตของจังหวัดพัทลุงอีกด้วย ด้านการพัฒนา หลวงพ่อพรหม ได้ปฏิสังขรณ์และก่อสร้างเสนาสนะต่างๆ ของวัดมากมาย เช่น ก่อสร้างต่อเติมอุโบสถ 2 ชั้นกำแพงวัด กำแพงอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิเจ้าอาวาส กุฏิพระสงฆ์ สามเณร รูปเหมือนพระครูพิพัฒน์สิริธร อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านสวน เมรุ ไฟฟ้า ประปา ตลอดจนการพัฒนาบริเวณวัดให้เรียบร้อย ในส่วนสาธารณชน ได้ช่วยเหลือทั้งด้านเครื่องอุปโภค บริโภค ตามความต้องการและความจำเป็น และตามความสามารถที่จะได้รับการอนุเคราะห์ได้ ตลอดจนการเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการพัฒนาท้องถิ่น การจัดสร้างปฏิสังขรณ์ถนนหนทาง การพัฒนาอาชีพของประชาชนในท้องถิ่น ใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมวิชาชีพต่างๆ แก่ประชาชน เป็นต้น หลวงพ่อพรหม เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายเขาอ้อของจังหวัดพัทลุงและภาคใต้ เนื่องจากเป็นศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมสายเขาอ้อ จากพระอาจารย์คง สิริมโต หรือพระครูพิพัฒน์สิริธร อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านสวน และพระอาจารย์คง เป็นศิษย์สืบสายของพ่อท่านเอียด หรือพระครูสิทธยาภิรัต อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนศาลา อ.ควนขนุน และพ่อท่านเอียด เป็นศิษย์รูปสำคัญที่ได้รับการสืบทอดวิชาจากพ่อท่านทองเฒ่า หรือ พระครูสังฆวิจารย์ฉัททัณต์บรรพต อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 9 ของวัดเขาอ้อ นั่นเอง ดังนั้น หากจะกล่าวไปแล้ว ทั้งวัดบ้านสวนและวัดดอนศาลา ล้วนแต่เป็นสำนักตักศิลาสายเขาอ้อทั้งสิ้น มงคลปูชนียวัตถุต่างๆ ที่หลวงพ่อพรหม สร้างไว้ มีครบทุกประเภทและเป็นที่นิยมทั่วไป ทั้งนี้ เนื่องจากประสบการณ์ที่ผู้นำไปใช้ได้พบเห็นด้วยตนเอง โดยเฉพาะเหรียญรุ่น จตุราจารย์ รุ่น 1 ปี 2548 และ รุ่น 2 ปี 2549 มีพระครูโสภณกิตยาทร รองเจ้าอาวาสวัดบ้านสวน ดำเนินการจัดสร้าง และหลวงพ่อพรหม อุปถัมภ์การจัดสร้าง เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมน่าสะสมเก็บไว้บูชา นอกจากนี้ ยังมีพระปิดตา สร้างด้วยเนื้อผงว่าน 108 ล้วนแต่มีคุณานุภาพ แจกบำรุงขวัญทหาร อาสาสมัครสงครามเวียดนาม และทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวนหนึ่ง ปี 2511 พร้อมด้วยเนื้อโลหะธาตุมหายันต์จำนวนหนึ่ง พระผงไชยชุม ประด้วยผง นะ ปะ ถะ นะเมตตา ฯลฯ สร้างสองหน้า หน้าหลังเป็นพระอาจารย์ทองเฒ่า หน้าหนึ่งหลวงพ่อคง (คงหน้า ทองหลัง) สร้างปี 2512 พระผงไชยชุม เนื้อเดียวกัน (คงหน้า ทองหลัง) แต่พิมพ์ลายนิ้วหลวงพ่อคงด้านหลัง เป็นรุ่นพิเศษพิมพ์แจกลูกศิษย์สร้างปี 2512 พระผงทุ่งเศรษฐี ผสมว่าน 108 สร้างปี 2511 เป็นต้น สำหรับวัดบ้านสวน ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2070 โดยปรมาจารย์วัดเขาอ้อ และเจ้าอาวาสในอดีตที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ พ่อท่านนอโม และยุคต่อมา คือ พ่อท่านคงหรือพระครูพิพัฒน์สิริธร ถึงแม้อายุขัยหลวงพ่อพรหม จะย่างเข้าสู่วัยชรา แต่ด้วยเมตตา มักจะถูกนิมนต์ไปนั่งร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ ทั่วประเทศอยู่เป็นประจำ และมีใจที่ยังสู้ประกอบกับมีร่างกายที่ยังแข็งแรง มีความคิดที่จะพัฒนาต่อไป สิ่งเหล่านี้ทำให้ท่านยังมุ่งมั่นทำงานเผยแผ่พระธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ยึดมั่นที่อยากจะเดินหน้าให้ทุกคนได้รับความรู้ สมกับที่เป็นพระเกจิอาจารย์แห่งเมืองพัทลุงโดยแท้

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญพระปิดตาวัดบ้านสวน พ่อท่านพรหมและครูบาอาจารย์ฝ่ายเขาอ้อยุคนั้นร่วมปลุกเสกอธิษฐานจิต

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ




    IMG_20260427_222314.jpg IMG_20260427_222352.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1777366155318.jpg FB_IMG_1777366159661.jpg


    เมื่อคุณบุญโรจน์นำเหรียญไปถวายหลวงพ่อพุธ ท่านก็รับไปถือไว้ในมือนิ่งอยู่ครู่ใหญ่แล้วกล่าวขึ้นว่า

    “เหรียญนี้เป็นของดี เป็นพระดี”

    จากนั้นก็เก็บเข้าย่ามไปเลย

    ...กรุงไทยแทคเตอร์ สร้างถวายคราวหลวงปู่มีอายุครบ 93 ปี ปี2536

    จัดเป็นเหรียญรุ่นแรกๆ วัดสวนหินผานางคอย

    -------------------------------------------------------

    เหรียญ กรุงไทยแทคเตอร์ สร้างถวายคราวหลวงปู่มีอายุครบ 93 ปี ปี2536 จัดเป็นเหรียญรุ่นแรกๆ วัดสวนหินผานางคอย

    โดย รณธรรม ธาราพันธุ์

    ในวันร่าเริงของเด็กชายวัย 6 ขวบคนหนึ่งที่บ้านห้วยไผ่ เมืองอุบลฯ ขณะที่เล่นเพลิดเพลินอยู่นั้นเอง สุนัขฝรั่งตัวใหญ่เกิดนึกหมั่นเขี้ยวเด็กอย่างไรไม่ทราบได้ มันตรงรี่เข้ากัดเด็กน้อยจนจมเขี้ยวแล้วสะบัดไปมากระทั่งเด็กล้มลง เมื่อผู้ใหญ่หายตะลึงเข้ามาไล่สุนัขไปก็รีบสำรวจบาดแผลเพื่อพาแกไปปฐมพยาบาล

    ไม่มีแผล !

    ที่เหลืออยู่คือรอยเขี้ยวคมซึ่งจมลงในหนังเป็นหลักฐานทิ้งไว้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเรื่องจริง

    ในวันที่ควรสนุกสนานจากการเดินทางของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งแห่งบ้านห้วยไผ่ เมืองอุบลฯ เขาเฮฮาไปกับครอบครัวและคนรู้จักในรถตู้โดยหารู้ไม่ว่ามีโศกนาฏกรรมใหญ่รออยู่เบื้องหน้า อุบัติเหตุที่ทำให้รถตู้ของเขาพลิกคว่ำระเนระนาดลงข้างทางทำให้คนในรถตายมากกว่ารอด ที่รอดได้ก็อาการสาหัสบาดเจ็บทั่วกัน เขาเป็นคนเดียวที่ช่วยคนนั้น ดูคนนี้ได้

    เพราะเขาไม่เป็นอะไรเลย !

    ทั้งสองเหตุการณ์ย่อมมีความต่างกัน ทั้งตัวบุคคล วันเวลา และสถานที่ แต่มีเพียง 3 สิ่งที่เหมือนกันราวนัดไว้คือ

    เด็กสองคนใส่เหรียญรุ่นแรกพิมพ์กลมหลวงปู่พรหมา

    เด็กสองคนเป็นคนบ้านห้วยไผ่

    และเด็กทั้งสองได้รับเหรียญจากเพื่อนบ้านห้วยไผ่เหมือนกัน...คือ...

    คุณอำพล เจน

    คุณอำพลได้รับมอบหมายโดยตรงจากหลวงปู่พรหมา เขมจาโร ให้เป็นผู้ดำเนินการกับเหรียญรุ่นแรกพิมพ์กลมครึ่งองค์นี้ตามที่เห็นควร ด้วยความเป็นผู้มากน้ำใจเมื่อได้มาท่านก็แบ่งปันเหรียญให้คนรู้จักทั้งประเภท ‘ใกล้ชิด’ และ ‘ไกลชิด’ ได้แขวนบูชาทั่วกัน

    แจกมากประสบการณ์ก็มาก โดยเฉพาะวัตถุมงคลในหลวงปู่พรหมา เขมจาโร นี้ถือได้ว่าแปลกกว่าหมู่ เพราะถ้าแจกหรือเปิดให้บูชาเมื่อใดจะมีประสบการณ์ตอบกลับมาให้ได้ยินในทันทีที่ของกระจายตัวออกไป บางทีก็เป็นประสบการณ์ธรรมชาติ บางทีก็เป็น...

    สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตเสียเอง

    ยุคนั้นคนแจ้งข่าวการทดลองยิงพระหลวงปู่พรหมาเข้าสู่หูคุณอำพลมากพอ ๆ กับรายงานข่าวการยิงกันทางภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผมได้ยินว่าปรากฏผลเป็นที่น่าพอใจแทบทั้งสิ้น จะมียิงออกบ้างหรือไม่ไม่ทราบ เพราะที่ทราบได้ยินแต่ว่าไม่ออก

    ส่วนตัวผมไม่เคยได้ทดลองยิงเสียที ไม่ใช่ว่าเป็นคนดีอะไรดอก แต่มันไม่มีปืน ครั้นจะซื้อไว้เพื่อทดลองพระก็ดูจะเกินไป เลยเงี่ยหูคอยฟังข่าวขลังน่าจะ ‘เวอร์ค’ กว่า ถึงแม้มันจะไม่ ‘เวอร์ค’ เท่ากับโทรคุย 1 ชั่วโมงแต่จ่ายเพียง 3 นาทีก็เถิด

    พระหลวงปู่พรหมาใช่ว่าจะเด่นแต่ทางบู๊ เรื่องโชคลาภเงินทอง รุ่งเรืองบารมี ก็ปรากฏให้เห็นไม่ด้อยไปกว่ากันเลย เพียงแต่มันไม่ ‘ดัง’ อย่างเสียงปืนเท่านั้นเอง

    อภินิหารในหลวงปู่พรหมาขจรขจายไปทั่ว ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทยบ้านเราเท่านั้น ยังแผ่บารมีไปในประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ และที่สำคัญ

    ไปถึงอเมริกา

    เพื่อนคุณอำพลท่านหนึ่งคือ คุณเชอรี่ ได้ไปเปิดกิจการร้านอาหารไทยในย่านฮอลลีวูดชื่อร้าน ‘แบมบูเฮ้าส์’ บรรดาดาราที่ชื่นชอบรสชาติอาหารไทย อาทิ พอล นิวแมน ไมเคิล เจ ฟอกซ์ ก็มาทานบ่อยครั้ง ด้วยอัธยาศัยอันดีทำให้คุณเชอรี่มีลูกค้าและคนรู้จักมาก

    วันหนึ่งลูกค้าชาวอเมริกันก็ปรับทุกข์กับเธอว่า ที่บ้านเขานั้นมีอะไรไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว แรก ๆ ก็ได้ยินเสียงกุกกักคล้ายคนรื้อของอยู่ในครัว นานเข้าคนรื้อก็เริ่มปรากฏตัว เมื่อใดก็ตามที่ใครอยู่บ้านเพียงลำพัง จะได้เห็นใครบางคนที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเขาเองยืนนิ่งอยู่ในครัวอย่างน่าสยองใจ ตอนหลังยิ่งหนัก ชักเห็นพร้อมกันเป็นหมู่คณะ ทีแรกเขาก็ไม่ค่อยเชื่อคำบอกเล่าของลูกเมียเท่าใดนัก แต่ในที่สุดเขาก็เจอเข้ากับตัวเอง ทำให้เกิดความหวาดกลัวบ้านที่อาศัยอยู่ จะเข้าบ้านคราวใด ทั้งเขาและลูกเมียก็ต้องลุ้นตัวโก่งว่าวันนี้จะเจอหรือไม่ ซึ่ง ‘ใครคนนั้น’ ก็ไม่ทำให้ครอบครัวนี้ผิดหวัง

    เพราะมายืนให้เห็นแทบทุกวัน

    คุณเชอรี่รับฟังอย่างเห็นใจ แม้ชายคนนั้นจะไม่เอ่ยปากว่าสิ่งที่เห็นนั่นเป็นอะไร แต่ความที่เป็นคนไทยชาวพุทธ คุณเชอรี่บอกกับตัวเองได้ทันทีว่าเขาและลูกเมียกำลังเผชิญหน้ากับ..

    ผี..!

    ค่าที่คุณเชอรี่เป็นศิษย์หลวงพ่อชาและเป็นเพื่อนกับคุณอำพล ก่อนมาอเมริกาคุณอำพลก็ให้พระไว้ไม่น้อย คุณเชอรี่เลยแบ่งพระผงว่านทรงกลมของหลวงปู่พรหมา ซึ่งเป็นพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 และเป็น ‘พระผงรุ่นแรก’ ของหลวงปู่ให้กับเขาไป 1 องค์ แม้เขาจะเป็นชาวคริสต์และไม่รู้จักเรื่องพระเครื่อง แต่เมื่อเห็นคุณเชอรี่ให้ด้วยน้ำใจ กอปรกับหมดที่พึ่งแล้วในยามนั้นก็รับไว้ด้วยดี

    ครั้นกลับถึงบ้านและเข้านอน ในคืนนั้นเอง เขาก็ฝันเห็นชายชราคนหนึ่งไม่มีผมไม่มีคิ้ว แต่งตัวด้วยผ้าสีเหลืองหน้าตาใจดี เดินเข้ามาในบ้านและตรงเข้ามาหาเขา ผู้เฒ่าคนนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ปรากฏให้เห็นครู่ใหญ่แล้วหายไป

    นับตั้งแต่วันนั้น เขาและลูกเมียก็ไม่เคยพบเห็นวิญญาณสยองในครัวนั่นอีกเลย ทั้งเสียงแปลก ๆ ในบ้านก็พลอยเงียบหายไปด้วย เขามั่นใจว่าต้องเป็นด้วยอานุภาพของพระเครื่ององค์น้อยนี้แน่ ๆ จึงเดินทางมาที่ร้านและลงมือเล่าประสบการณ์ให้คุณเชอรี่ฟัง ขณะกำลังเล่าอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นหิ้งพระที่คุณเชอรี่ตั้งบูชาอยู่หน้าร้าน เขาก็เอะอะขึ้นทันทีว่า นี่แหละ ๆ คนแก่ที่เขาฝันเห็น หน้าตารูปร่างลักษณะแต่งตัวเหมือนอย่างในรูปนี้เปี๊ยบเลย คนนี้เป็นใคร ? ชื่ออะไร ? คุณเชอรี่มองตามมือที่ชี้ไป แล้วหันกลับมาตอบอย่างใจเย็นว่า

    “หลวงปู่พรหมา เขมจาโร”

    เมื่อเห็นฝรั่ง ‘ขนคิงลุก’ คุณเชอรี่ก็อธิบายให้ฟังว่า หลวงปู่พรหมาเป็นพระสงฆ์ไทย เป็นนักบวชที่มีความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ มีพลังจิตแก่กล้า และท่านได้ถ่ายพลังจิตบรรจุไว้ในรูปเคารพที่ให้คุณไปนั้นแหละ พระนั้นจึงมีพลังงานขึ้นมา ฝรั่งคนนั้นรับฟังอย่างเชื่อถือแน่นแฟ้น เพราะสิ่งที่เขาทำต่อมาคือเดินเข้าไปไหว้แบบไทย ๆ แสดงความเคารพต่อรูปหลวงปู่พรหมา และทุก ๆ วันในตอนเช้าก่อนที่เขาจะไปทำงาน เขาจะขี่มอเตอร์ไซค์ชอปเปอร์มาจอดที่หน้าร้าน ซึ่งเป็นเช้าตรู่ที่ยังไม่มีลูกค้าแล้วตรงเข้าไปไหว้รูปหลวงปู่พรหมาอย่างนอบน้อม จากนั้นก็จะกลับออกมาควบมอเตอร์ไซค์ไปทำงาน

    เป็นอย่างนี้ทุกวัน

    ผมรับฟังเรื่องนี้อย่างนึกอัศจรรย์ในบารมีครูบาอาจารย์ ดูทีหรือเขาไม่ใช่ชาวพุทธสักหน่อย แม้นับถือสักนิดในเบื้องต้นก็ไม่มี แต่ท่านก็ยังแผ่เมตตาไปปรากฏร่างให้เขาเห็นเป็นกำลังใจทั้งยังช่วยขับสิ่งไม่เป็นมงคลออกจากบ้านเขาด้วย

    อัปปะมาโณ สังโฆ

    คุณแห่งพระสงฆ์ไม่มีประมาณ... จริง ๆ

    คุณเชอรี่เองแม้จะเป็นผู้มีอัธยาศัยดีและไม่เคยที่เรื่องวิวาทบาดหมางให้เกิดศัตรูกับใครเลยก็ตาม วันหนึ่งในชีวิตก็ยังถูกลอบยิงจนได้

    วันนั้นเธอกำลังเดินเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้าในร้าน ขณะที่ยืนหันหลังไปหน้าร้านเจรจากับลูกค้าก็มีเสียงปืนดังสนั่นขึ้นหนึ่งนัด กระสุนทะลุกระจกเข้ามาดังเพล้ง เป็นรูตรงกับแผ่นหลังของเธอพอดี ลูกค้าคนหนึ่งร้องว่าเธอถูกยิงพร้อมกับจับเธอให้หมอบลง และพยานในร้านก็ทันเห็นคนยิงว่าเป็นวัยรุ่นผิวสีคนหนึ่งกำลังวิ่งหนี

    เมื่อคนร้ายเผ่นไปแล้วทุกคนก็เข้ามาสำรวจตัวเธอว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง ปรากฏว่าคุณเชอรี่ปกติดีทุกอย่าง ทั้ง ๆ ที่วิถีกระสุนนั้นตรงตัวเธอพอดี ครั้นตำรวจแอลเอ.มาถึงก็ทำการค้นร้านหาหัวกระสุนเพื่อนำไปเป็นหลักฐาน หาเท่าไรก็ไม่เจอ จนตำรวจนายหนึ่งมาสำรวจกระจกด้านนอกร้าน จึงพบหัวกระสุนตกอยู่บริเวณกระจกที่ถูกเจาะรูเป็นรูปหัวลูกปืนนั่นเอง

    ‘อะไร’ ที่ต้านกระสุนไว้ไม่ให้ทะลุกระจกเข้ามาในร้าน เพราะถ้าหากลูกปืนหลุดเข้ามาได้ แผ่นหลังของเธอต้องไม่รอดจากการเป็นเป้าอย่างแน่นอน แม้ไม่ตายก็อาจสาหัส แม้ไม่เข้าก็อาจเจ็บตัวและเสียขวัญ ในกลุ่มตำรวจแอลเอ.นั้น มีนายหนึ่งเป็นคนไทยแท้ ๆ เขามองหน้าเธออย่างฉงน โดยไม่รอช้าคุณเชอรี่ล้วงสร้อยพระในคอขึ้นโชว์ ที่จำได้แน่ ๆ ก็มีพระเครื่องของ หลวงพ่อชา สุภัทโท หลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงปู่คำพัน โฆษะปัญโญ และ หลวงปู่พรหมา เขมจาโร เธอพูดอย่างภูมิใจกับกลุ่มตำรวจว่า

    “ไอมีของดี”

    และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องแจกพระผงว่านรูปรัชกาลที่ 5 ให้แก่ตำรวจทั้งกลุ่มและทุกนายก็พกพระเครื่ององค์น้อยไว้ในเสื้อเกราะอ่อนที่สวมอยู่เป็นประจำ ทั้งยังบอกกับคุณเชอรี่ว่า “ไอเชื่อว่าของสิ่งนี้จะคุ้มภัยอันตรายให้ได้”

    นี่คือหลวงปู่พรหมา

    ความขลังของท่านเป็นที่เลื่องลือมาช้านาน คนที่เคยอาราธนาวัตถุมงคลของท่านติดตัวสม่ำเสมอย่อมเห็นชัดในอานุภาพไม่สงสัย ในช่วงปี พ.ศ. 2534-2538 ที่หลวงปู่พรหมากำลังร้อนสุดขีดนั้น คณะศิษย์กรุงไทยแทรคเตอร์ได้ทำเหรียญรูปหลวงปู่ขึ้น 2 แบบ คือ ชนิดรูปไข่เต็มองค์ และ รูปกลมครึ่งองค์ อันที่จริงเหรียญหลวงปู่พรหมามีรุ่นแรกมาแต่ปี พ.ศ. 2510 กว่า ๆ ตามด้วยรุ่น 2 และ 3 ในเวลาไร่เรี่ยกัน แต่ทุกวันนี้ไม่ต้องมองหาให้เสียเวลา นอกจากจะลองข้ามไปดูสนามพระฝั่งลาว

    เหรียญทั้งสามรุ่นมีจำนวนสร้างที่น้อยนิดจริง ๆ ไม่อาจค้นคว้าเสาะหาได้ จึงอนุโลมให้เหรียญรูปไข่และกลมที่ออกจากวัดสวนหินผานางคอย ภูกระเจียว นี้เป็น ‘รุ่นแรก’ ได้เต็มภาคภูมิ ในวันหนึ่งที่คุณอำพลขึ้นไปกราบหลวงปู่เป็นปกติ ท่านเอ่ยขึ้นว่า ลูกอำพลมีคนเขาทำเหรียญมาให้พ่อเยอะเลย ลูกเอาไปนะเผื่อจะเอาไปยุบทำชนวนหรือทำประโยชน์อะไร ถึงเป็นเหรียญครึ่งองค์ แต่พ่อก็สูตรให้เต็มที่ ดีเหมือน ๆ กัน

    ตอนนั้นเหรียญกลมครึ่งองค์ถูกบรรจุอยู่ในลังไม้หลายใบ ๆ หนึ่งผู้ชายสองคนยกยังไม่เขยื้อน คะเนว่าน่าจะมีเหรียญกลมอยู่ประมาณ 6,000 กว่าเหรียญ ขนาดรถกระบะที่ขนเหรียญลงมาจากภูยังถึงขั้นแหนบแอ่นไปเลย

    เมื่อนำเหรียญลงมาแล้ว อาจารย์อนันต์ สวัสดิสวนีย์ ก็นำไปทำชนวนจำนวนหนึ่ง ครั้นคุณอำพลจะนำไปมอบให้อีก อ.อนันต์ก็ว่าพอแล้ว ที่เอามาก็ยังใช้ไม่หมด เป็นอันว่าเหรียญยังตกค้างอยู่ที่คุณอำพลอีกราว 3,000 เหรียญเศษ และคุณอำพลก็ประกาศแจกให้ใครที่ต้องการเหรียญไปทำชนวนขลังในการสร้างพระ คราวหนึ่ง คุณบุญโรจน์ เจิมเพิ่มโรจน์ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ธนพงศ์) ได้ติดต่อคุณอำพลขอเหรียญไปเป็นชนวนร่วมหล่อพระของ พระเดชพระคุณพระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา คุณอำพลก็มอบให้ราว 10 เหรียญ

    เมื่อคุณบุญโรจน์นำเหรียญไปถวายหลวงพ่อพุธ ท่านก็รับไปถือไว้ในมือนิ่งอยู่ครู่ใหญ่แล้วกล่าวขึ้นว่า

    “เหรียญนี้เป็นของดี เป็นพระดี”

    จากนั้นก็เก็บเข้าย่ามไปเลย ทุกวันนี้จึงยังไม่รู้ว่าหลวงพ่อพุธหลอมเหรียญนั้นไปแล้วเพราะเห็นว่าดี หรือยังเก็บรักษาไว้เพราะเห็นว่าดี

    ที่มา เวป อำพล เจน
    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260428_152558.jpg IMG_20260428_152628.jpg
     
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    1777366876732.jpg 1777366899534.jpg 1777366924090.jpg

    " พลังจิตของหลวงปู่สิมนั้น แรงกล้าเทียบเท่ากับหลวงปู่ฝั้น ไม่มีความแตกต่างกันเลย..!!!!"

    คำกล่าวของ หลวงปู่คำพันธ์ วัดธาตุมหาชัย นครพนม

    "จากการตรวจสอบความเข้มข้นของรังสีจิตพบว่า รังสีจิตของหลวงปู่สิมนั้น ใช้จิตล้วน ไม่มีไสยศาสตร์ เทียบเท่า กับ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ซึ่งใช้จิตผนวกไสยศาสตร์...!!!!!"
    บทความของ
    คุณเนาว์ นรญาณ

    เหรียญหลวงปู่สิม พุทธาจาโร รุ่น ๘๐ ปี เมตตาอนุญาต ให้หน่วยบัญชาการทหาร พัฒนา อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้น เจตนา การสร้าง เจตนาการจัดสร้างขึ้นเพื่อ มอบให้แก่ผู้ที่ร่วมบุญถวายบันไดและสมทบทุนสร้างพระเจดีย์วัดถ้ำผาปล่องในยุคนั้น ๒๕๓๒

    เหรียญรุ่นนี้นับว่า รุ่นนี้ หลวงปู่สิมอธิษฐานจิต ยาวนานถึง1พรรษาเต็มๆ ( 10 นาที 5 นาทีสำหรับหลวงปู่สิม ว่าดีที่สุดแล้ว ) ถือ ว่าเป็นเหรียญที่ดีของคนที่ต้องการพึ่งพุทธคุณ ไม่ยึดติดในค่านิยมรุ่นนิยม ให้ทุกคนสามารถหยิบจับต้องบูชาได้อย่างสบาย

    เรื่องพระเครื่องรางสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น หลวงปู่สิมท่าน ว่าไว้ ดังนี้

    " เป็นของเก่าแก่มีมาแต่โบร่ำโบราณ สำหรับป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นแก่รูปธรรมขันธ์ 5 สำหรับอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยภยันตราย108 ก็พอช่วยให้รอดพ้นอันตรายได้บ้างเหมือนกัน แต่ถ้าจะให้พ้นภัยในวัฏสงสารจริงๆ ก็ต้องเป็นการภาวนานั่นแหละ "

    "เออ ให้ตั้งใจปฏิบัติภาวนา ถ้าได้บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว เหรียญพระจะไม่เอา จะโยนทิ้งไปก็ได้"

    "แต่เมื่อยังไม่ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ก็ให้เก็บไว้รักษาธาตุขันธ์จากภัยอันตราย"

    หลวงปู่สิม พุทธาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่

    ขอมูลจาก
    คุณเนาว์ นรญาณ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างส่งครับ

    เหรียญหลวงปู่สิมหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ สภาพสวยเดิมๆครับ

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260428_160758.jpg IMG_20260428_160842.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 เมษายน 2026 at 18:15
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1777368467523.jpg

    เหรียญพระเจ้าแก้วมรกต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช นครลำปาง เนื้ออัลปาก้า
    ปี ๒๕๕๔ พิธีปลุกเสกใหญ่และ หลวงปู่บัว วัดศรีบูรพาปลุกเสก

    ลำปางจัดบวงสรวง ราชานุสาวรีย์"พระนเรศวร"

    พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและพิธีเททองวัตถุมงคล ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ชั่วคราว)อ.เกาะคา จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2554 มีนายอุทาร ชวเมที รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าประชาชนมาให้การต้อนรับจำนวนมาก ซึ่งการจัดสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนการจัดสร้างแท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ต้องใช้วงเงินในการก่อสร้างทั้งหมด 21.9 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 3 งวดงาน ได้แก่ งวดที่ 1 วงเงิน 9.3 ล้านบาท เป็นงานตอกเสาเข็ม งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และงานตกแต่งพื้นและผนัง งวดที่ 2 วงเงิน 7.7 ล้านบาท งานวิศวกรรมโครงสร้าง งานทางเท้า และลานพื้นแข็ง และงวดที่ 3 วงเงิน 4.8 ล้านบาท งานสถาปัตยกรรม และงานตกแต่งภูมิทัศน์ ทั้งนี้ ตลอดการทำพิธีท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั้งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนเพราะก่อนหน้านี้อากาศร้อนอบอ้าวและมีแดดจ้าตลอดเวลา ถือว่าเป็นนิมิตหมายมงคลที่ดีในการทำพิธีในครั้งนี้

    สำหรับวัตถุมงคลที่จัดสร้าง ประกอบด้วย พระบรมรูปหล่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงรายล้อมด้วยเหล่าทหารเอก 9 นาย เนื้อโลหะทองแดงรมดำ ขนาด 12 นิ้ว ขนาด 9 นิ้ว และขนาด 6 นิ้ว เหรียญรูปวงรีพระเจ้าแก้วมรกตและสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กว้าง 2.9 เซนติเมตร สูง 3.9 เซนติเมตร เนื้อทองแดง 50,000 เหรียญ เนื้ออัลปาก้า 50,000 เหรียญ เนื้อเงิน น้ำหนัก 1 บาท และเนื้อทองน้ำหนัก 1 บาท โดยวัตถุมงคลทั้งหมดเข้าพิธีพุทธาภิเษกมหามงคล จำนวน 3 ครั้ง

    ประวัติความเป็นมา
    จากหลักฐานการเดินทัพ ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผ่านเมืองลำปาง พบว่ามีหลักฐานบันทึก ภายหลังที่พระองค์เสด็จสวรรค์คต ณ เมืองหาง สมเด็จพระเอกาทศรถ ได้อัญเชิญ พระบรมศพ ผ่านมาทาง เทือกเขาขุนตาล มาพักทัพ บริเวณ หลังศูนย์ อนุรักษ์ช้างไทย และบริเวณพระธาตุลำปางหลวง และกลับกรุงศรีอยุธยา
    กองทัพภาคที่ ๓ มณฑลทหารบกที่ ๓๒ ร่วมกับข้าราชการ พ่อค้าประชาชน ชาวจังหวัดลำปาง ได้ร่วมใจก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ขึ้นเมื่อ ๒๕๓๕ โดยมีวัตถุประสงค์
    - เพื่อเทิดพระเกียรติ รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ที่ทรงกอบกู้ เอกราชของชาติ
    - เพื่อเป็นสถานที่ เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย
    - เพื่อเป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์
    กองทัพภาคที่ ๓ ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินการก่อสร้าง โดยใช้พื้นที่ บริเวณไร่รัศมีธรรม อ.เมือง จว.ล.ป. โดยขออนุมัติหลักการไปยังกรมศิลปกรแล้ว เมื่อปี ๒๕๓๖
    ต่อมา ปี ๒๕๔๖ คณะกรรมการดำเนินการก่อสร้าง ได้มีมติเห็นชอบ ในรูป แบบการก่อสร้าง พระบรมราชานุ
    สาวรีย์ ในพระอิริยาบถทรงม้าศึก ขนาดเท่าครึ่งของคนจริง พร้อมเหล่าทหารเอก ประกอบจำนวน ๙ นาย โดยมอบหมายให้ กรมศิลปกร เป็นผู้ดำเนินการหล่อ ในวงเงิน ๑๒ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณ จากการร่วมบริจาคของทุกภาคส่วนของ จว.ลำปาง กรมศิลปกร โดยให้บริษัทเอเชียไฟอาร์ท อ.บางปะหัน ก่อสร้างเสร็จเมื่อ ปี ๒๕๕๐ รวมระยะเวลาก่อสร้าง ๕ ปี และกรมศิลปกร ส่งมอบให้ กองทัพภาคที่ ๓ เมื่อ ปี ๒๕๕๓

    หลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบูรพาราม

    ประวัติ หลวงปู่บัว ถามโก วัดศรีบูรพาราม หรือ วัดเกาะ ตะเคียน หมู่ 1 ต.วังกะแจะ อ.เมือง จ.ตราด

    เป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าเลื่อมใสในดินแดนภาคตะวันออกของประเทศไทย หากเอ่ยชื่อวัดในภาคอื่น ๆ น้อยคนนักที่จะเคยได้ยินชื่อหรือรู้จัก แต่หากเป็นคนพื้นเพใกล้เคียง แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านล้วนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ใน “ของดี” ของวัดแห่งนี้เลื่องลือไปทั่วแดนตะวันออก

    เดิมวัดศรีบูรพารามเป็นสำนักสงฆ์เล็ก ๆ มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่เพียงไม่กี่รูป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2500 มีญาติโยมและชาวบ้านที่ศรัทธาบริจาคทุนทรัพย์ก่อสร้างเป็นวัดขึ้นมาใช้ชื่อว่า “วัดเกาะตะเคียน” ทำการฝังลูกนิมิตเมื่อปี พ.ศ. 2524 และมีการพัฒนาเรื่อยมาจนเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดศรีบูรพาราม” จวบจนปัจจุบัน

    วัดแห่งนี้มีเจ้าอาวาสรูปแรกและปัจจุบันคือ พระครูสังฆกิจบูรพา หรือ พระอาจารย์บัว อายุ 82 ปี เดิมนั้นท่านชื่อ บัว มารศวารี เกิดวันเสาร์เดือน 5 ปีขาล ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 พ.ศ. 2469 เป็นบุตรของ นายเชี๋ยและนางเตี่ยน ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 3 ต.วังกะแจะ อ.เมือง จ.ตราด ตั้งแต่วัยหนุ่มท่านชอบศึกษาความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรและเชี่ยวชาญด้านช่างไม้ ช่างปูน ช่างปั้น จวบจนอายุครบ 23 ปี ก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดบุบผาราม ต.วังกะแจะ โดยมีพระครูคุณวุฒิพิเศษ วัดบุบผารามเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวัตรรัตนวงษ์สิทธิ์ วัดหนองบัว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมเรื่อยมา จนใน พ.ศ. 2505 ก็ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะตะเคียน พ.ศ. 2508 สอบได้ชั้นนักธรรมเอก และ พ.ศ. 2513 เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูสังฆกิจบูรพา ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลวังกะแจะ

    “สมัยก่อนการศึกษาด้านภาษาบาลียังไม่แพร่หลายมากนัก ขาดครูผู้สอน อาตมาจึงหันไปศึกษาวิชาความรู้ต่าง ๆ รวมทั้งคาถาอาคมจากพระครูคุณวุฒิพิเศษ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์และผู้เคารพนับถือ โดยเฉพาะวิชาหัวใจ 108 ทำให้รู้ถึงขั้นตอนและกรรมวิธีการทำน้ำมันงา ที่มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด อยู่ยงคงกระพัน อาศัยเรียนกับโยมชื่อ นายเสียง เป็นคนหมู่บ้านหนองโพง ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องหนังเหนียว ปืnยิjไม่ออก มีdฟัbไม่เข้า ทีแรกโยมพาลูกชายมาฝากไว้กับอาตมาที่วัดเพื่อให้เรียนวิชา แต่ลูกชายแกไม่สนใจ แกกลัววิชาจะสูญหาย จึงถ่ายทอดให้อาตมาจนหมดไส้หมดพุง ก็ไม่คิดว่าจะได้นำมาใช้”

    พระครูสังฆกิจบูรพา หรือ พระอาจารย์บัว กล่าวด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความเมตตาและเล่าต่อว่า “สมัยก่อนนักเลงมีเยอะ โดยเฉพาะพวกคนมีสีชอบรังแกชาวบ้าน อาตมาก็ทำพระเครื่องขึ้นมาแจกให้ญาติโยมพกติดตัว จนไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับทหาร ถูกชักปืnจ่อยิj เหลือเชื่อ ปืnไม่ลั่น จนสามารถจับทหารดำเนินคดีติดคุกได้ จากนั้นมาชาวบ้านรู้ข่าวก็เดินทางมาขอของดี ก็แจกจนหมดไม่มีเหลือ เป็นเรื่องแปลกเหมือนกัน เมื่อก่อนทำใส่ไว้ในพานตั้งทิ้งไว้บนศาลาไม่เห็นมีใครสนใจอยากได้เลย พอลือว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้พักเดียวมาเอาไปจนหมดเกลี้ยงเลย”

    อย่างไรก็ตาม นอกจากของดีที่หลาย ๆ คนเสาะแสวงหาแล้ว พระครูสังฆกิจบูรพา หรือพระอาจารย์บัว ยังได้รับการขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” ภาคตะวันออกอีกด้วย เนื่องจาก เคยมีลูกศิษย์มาเยี่ยมเยียนและนำคำสอนของหลวงพ่อไปตีเป็นเลข เด็ดเสี่ยงโชค ปรากฏว่าถูกหวยรวยกันเละมาแล้ว พอท่านทราบเข้าก็ได้แต่ยิ้มและยืนยันไม่ได้สนับสนุนบอกใบ้ให้เลขใครทั้งสิ้น ถือว่าใครที่มีโชคลาภแล้วแต่บุญวาสนาของแต่ละคน

    นายแก่นเพชร ช่วงรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ก็เป็นผู้ที่ใกล้ชิดหลวงพ่ออีกคนหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ทีมงานของเราว่า หลวงพ่อท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่น่านับถืออีกรูปหนึ่งในจังหวัด หลายคนมองว่าท่านให้เลขเด็ดแม่นนั้น ขอบอกไว้เลยอย่าไปขอเสียให้ยาก ท่านไม่เคยสนับสนุนใครให้เล่นการพนันหรือเสี่ยงโชคทั้งสิ้น ท่านเคยพูดว่ามันเป็นสิ่งงมงาย ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่มากราบท่านจะมาถวายสิ่งของ หรือขอของดี หรือให้พรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล ท่านก็ไม่เคยขัดศรัทธา แต่มีบางรายหัวใสจำคำพูดหรือกิริยาท่าทางไปตีเลขเด็ดเสี่ยงโชคถูกก็มี ไม่ถูกก็มี มีแต่หลวงพ่อแนะนำให้ชาวบ้านขยันหมั่นเพียร มีความอดทน ใจต้องสู้ หากคนเราใจมันท้อถอยก็แพ้เลย ยิ่งไม่ขยันทำงานทำการก็อยู่ไม่รอดแน่ ต้องพยายามประหยัดและอดออมกันจะได้มีเงินใช้จ่าย อย่าไปงมงายกับเลขเด็ดเลย นั่นเป็นเพราะบุญเก่าและแต่ละคนมีโชคลาภวาสนาไม่เหมือนกัน

    จ.อ.บุณณะ บุญกิตติเจริญ อดีตทหารเรือเลือดน้ำเค็ม ศิษย์เอกก้นกุฏิของหลวงพ่อหัวร่อร่า ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ตนลาออกจากราชการทหารตั้งแต่ปี 2516 ย้ายมาอยู่ข้างวัดแห่งนี้หลายปีและคอยรับใช้หลวงพ่อมาตลอด ที่ผ่านมา ท่านจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นหลายแบบให้ญาติโยมเช่าบูชาหารายได้บูรณะและพัฒนาวัด เท่าที่จำได้ก็มี 1. พระผงสี่เหลี่ยมเล็ก พิมพ์เจริญพร เนื้อว่านสีดำ หลังพลอย ปัจจุบันไม่มีแล้วและหายากมาก พวกลูกศิษย์จะหวงกันมาก 2. พระผงสี่เหลี่ยมใหญ่ พิมพ์เจริญพร เนื้อว่านสีดำ 3.พระปิดตาเจริญพร พิมพ์ใหญ่ เนื้อว่านสีดำ รุ่น 1 ลักษณะคล้ายกับพระปิดตาวัดอ่างศิลา 4. พระปิดตาเจริญพร พิมพ์เล็ก เนื้อผงดำ รุ่น 1 ลักษณะคล้ายกับพระปิดตาวัดอ่างศิลา 5. พระปิดตาหน้าทองพรายกุมาร 6. เหรียญนั่งพาน 7. ตะกรุดโทนยาว 5 นิ้ว รุ่นแรกสร้างเพียง 99 ดอก รุ่นนี้เคยมีประสบการณ์ กำนันชื่อดังเคยพกติดตัวไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทในร้านอาหาร แต่ปืnคู่อริยิjไม่ออก จากนั้นมาจึงมีการสร้างรุ่น 2 ขึ้นมาอีก 1,000 ดอก นอกจากนี้ยังมีตะกรุดโทนยาว 3 นิ้ว สร้างไว้ 600 ดอก 8. เหรียญรูปเหมือนรุ่น 1 หน้าหนุ่ม ปัจจุบันวัตถุมงคลพวกนี้ยังพอหาเช่าบูชาได้

    “ของพวกนี้มีประสบการณ์มาแล้วทั้งนั้น ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ประมาณปี พ.ศ. 2527 ทหารเรือทะเลาะกับทหารอากาศ ยิjปืnใส่ 3 นัด แต่ยิjไม่ออก ตำรวจเก็บลูกปืnไว้เป็นหลักฐาน เมื่อคดีสิ้นสุดลองเอามายิjดู ปรากฏว่าลั่นเปรี้ยงทุกนัdเลย อีกรายปี พ.ศ. 2542 ชาวบ้านเช่าพระปิดตาพิมพ์เล็กไปลองเอาปืnอาก้ายิjใส่หลายนัd แต่ไม่ถูกองค์พระสักนัดเดียว ตั้งแต่บัดนั้นก็ขึ้นคอบูชาติดตัวมาตลอด วันหนึ่งเขาไปธุระฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้วถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ โทรศัพท์บอกแม่ให้นำเงินไปจ่ายค่าไถ่ แต่แม่ไปผิดเวลาเขาเลยถูกคนร้ายใช้ปืnกลยิjใส่ แต่ไม่เป็นอะไรเลย มีเพียงจุดแดง ๆ คล้ายผึ้งต่อยเต็มตัว โดยมีรอยกระสุนปืnอยู่ 1 นัด แม่ถามว่าหนังเหนียวนี่ แล้วนัดนี้ทำไมถึงยิjเข้าล่ะ ลูกชายก็บอกว่าเขานึกด่าพวกนั้นในใจ เพราะรำคาญที่รุมยิjกันอยู่ได้ เท่านั้นเองกระสุนเจาะเลือดพุ่งเลย แม่ได้ฟังก็รีบพาลูกไปโรงพยาบาลและพาไปกราบหลวงพ่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อแต่เป็นความจริง นอกจากนี้มีทหารอากาศมาฝึกบินใกล้ ๆ วัด หลายคนบอกเห็นหลวงพ่อนั่งสมาธิบนก้อนเมฆด้วย ฝึกเสร็จมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์กันแน่นวัดเลย หลวงพ่อท่านก็ไม่ว่าอะไรหยิบน้ำมันงาดิบแจกคนละ 1 ขวดให้ไว้ พกติดตัว” อดีตทหารเรือ กล่าว

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญพระเจ้าแก้วมรกตสวยเดิม

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260428_163016.jpg IMG_20260428_163059.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 เมษายน 2026 at 09:32
  7. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,593
    ค่าพลัง:
    +7,839
    ขอจองครับ
     
  8. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1777457079625.jpg

    สายเหนีย...ว สระบุรี

    เหรียญที่สร้างความโด่ง ดังให้หลวงพ่อมากเป็นพิเศษ คือ เหรียญรุ่นแทjคอหมู เป็นเหรียญรูปหลวงพ่อนั่งสมาธิเต็มองค์ อยู่ในซุ้มใบเสมา คล้ายๆ กับเหรียญรุ่นนั่งพานของพระเกจิอาจารย์บางท่าน เหรียญนี้ออกในโอกาสบูรณปฏิสังขรณ์วัด ปีใดไม่แน่ชัด สาเหตุที่ได้เรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า "รุ่นแทjคอหมู" เนื่อง มาจากสมัยที่เหรียญรุ่นนี้ออกให้ทำบุญใหม่ๆ มีชาวบ้านคนหนึ่งได้รับเหรียญนี้มา แล้วเอาเหรียญใส่ไว้ในซองยาทัมใจ จากนั้นจึงเอาซองยาใส่ลงในกระเป๋าเสื้อตัวเอง ชาวบ้านคนนี้มีหน้าที่แทjคอหมู เพื่อชำแหละส่งขายตลาด วันนั้นหลังจากได้รับเหรียญหลวงพ่อผันแล้ว ก็ยังคงทำหน้าที่เพชฌฆาตตามปกติ ขณะที่เขาแบกหมูเอาไว้บนบ่า แล้วเหวี่ยงตัวหมูลงบนโต๊ะ เพื่อที่จะฆ่.นั้นเอง ซองยาในกระเป๋าเสื้อของเขา ได้หลุดลอยตกลงบนโต๊ะฆ่.หมูก่อนแล้ว ทำให้ตัวหมูทับซองยานั้นพอดี จากนั้นเขาได้เอามีdปลายแหลมแทjเข้าที่คอหมู เหมือนอย่างที่เคยทำมาเป็นประจำ แต่วันนั้น...เกิด เหตุการณ์ประหลาด เพราะปลายมีdอันคมกริบ ไม่สามารถจะแทjคอหมูเข้าได้เลย จึงเปลี่ยนมุมแทjอีกด้านหนึ่ง ก็ปรากฏแทjไม่เข้าเหมือนเดิม เขาแปลกใจมาก จึงพลิกตัวหมูขึ้นมา ก็พบกับ ซองยาทัมใจที่ใส่เหรียญหลวงพ่อผัน ตกอยู่ใต้ตัวหมู จึงรู้ได้ทันทีว่า ที่แทjคอหมูไม่เข้า เพราะเหรียญหลวงพ่อผัน นี่เอง ตกลงว่า หมูตัวนั้น...รอดตาeราวปาฏิหาริย์ และที่น่ายินดีอีกอย่าง คือ ชายคนนั้นเลิกอาชีพฆ่..หมูอีกต่อไป

    ปาฏิหาริย์เรื่อง "แทงคอหมู" ของ เหรียญหลวงพ่อผัน รุ่นนี้ลือกระฉ่อนไปทั่วหมู่ลูกศิษย์ และผู้เคารพศรัทธาในหลวงพ่อผัน ต่อมาได้ขยายสู่แวดวงนักสะสมพระเครื่องโดยทั่วไป จนทุกวันนี้ เหรียญรุ่นแทjคอหมู กลายเป็นเหรียญหายาก และมีราคาเช่าหาแพง อีกเหรียญหนึ่งของ...พระเกจิอาจารย์ดังแห่งเมืองสระบุรี

    หลวงพ่อผัน วัดราษฎร์เจริญ(วัดแปดอาร์) ต.หนองแขม อ.หนองแค จ.สระบุรี หลวงพ่อผัน (พระครูสรกิจพิจารณ์) ท่านเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๔๕๔ ปีกุน ณ บ้านหนองแขม หมู่ ๑ ต.หนองแขม อ.หนองแค จ.สระบุรี อุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๔๗๔ ณ พัทธสีมาวัดหนองโสน ต.สนับทึบ อ.วังน้อย จ.พระ นครศรีอยุธยา โดยมี พระครูนิเทศธรรมคาถา วัดบ้านสร้าง เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการจาด วัดวงษ์สวรรค์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการหนู วัดบ้านสร้าง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "จิณฺณธมฺโม" หลังจากนั้นได้มาจำพรรษาที่วัดราษฎร์เจริญ ในช่วงที่ หลวงพ่อผัน เข้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาสครั้งแรก สภาพของวัดราษฎร์เจริญทรุดโทรมอย่างหนัก อาคารเสนาสนะต่างๆ ชำรุดมาก หลวงพ่อก็ได้บูรณปฏิสังขรณ์จนดีขึ้นตามลำดับ และมีความเจริญรุ่งเรืองครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกๆ ด้าน หลวงพ่อผัน เป็นพระเถราจารย์ผู้มีประพฤติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบมาโดยตลอด และปฏิบัติกิจการพระศาสนาอย่างถูกต้อง อีกทั้งท่านยังมีเมตตาธรรมใน การปกครองคณะสงฆ์ งานด้านต่างๆ เช่น งานสาธารณูปการณ์ การก่อสร้างศาสนวัตถุต่างๆ ภายในวัด ท่านก็ได้เป็นผู้นำดำเนินการก่อสร้างเพื่อประโยชน์แก่พระศาสนาและพุทธ ศาสนิกชนมากมาย เช่น ก่อสร้างอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ วิหารกุฏิ ฌาปนสถาน ซุ้มประตูหน้าวัด กำแพงรอบวัด เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้สอยและความสวยงาม ร่มรื่นเป็นระเบียบเรียบร้อยในทุกๆ ด้าน นอกจากนี้ ท่านยังได้สนับสนุนในการก่อสร้างอาคารเรียนของ โรงเรียนวัดราษฎร์เจริญ เพื่อประโยชน์แก่ลูกหลานชาวบ้าน ตลอดทั้งให้ความเอื้อเฟื้อแก่ชุมชนชาวบ้านทุกครัวเรือน หลวงพ่อผันเป็นพระสุปฏิปัณโณ ผู้มีเมตตาธรรมสูง มีศีลบริสุทธิ์ ปฏิบัติกิจของพระศาสนาอย่างดีเยี่ยม จนเป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนทั่วไปทั้งใกล้และไกล และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ หลวงพ่อผัน ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากท่านหนึ่งของ จ.สระบุรี ที่พุทธศาสนิกชนทั่วไปให้ความเคารพนับถือ และเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก หลวงพ่อปฏิบัติตัวเป็นพระของ ชาวบ้านอย่างแท้จริง ไม่ถือตัว ไม่เลือกชั้นวรรณะ เวลามีญาติโยมมานิมนต์ให้ท่านไปงานบุญกุศลต่างๆ ท่านจะสนองศรัทธาถ้วนทั่วทุกบ้านเรือน โดยไม่ถือว่าจะเป็นบ้านของคนมั่งมี หรือบ้านของคนยากจน ท่านให้ความเสมอเหมือนกันหมด ส่วนจตุปัจจัยที่ท่านได้รับ จากการที่มีผู้ศรัทธาถวาย ท่านจะนำมาก่อสร้างถาวรวัตถุ เสนาสนะต่างๆ ภายในวัดราษฎร์เจริญ จนหมดสิ้น ไม่เก็บสะสมไว้เป็นสมบัติส่วนตัวแต่ประการใด จึงทำให้วัดมีความมั่นคงอยู่จนทุกวันนี้ หลวงพ่อได้ละสังขารไปเมื่อ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๘สิริรวมอายุ ๙๔ ปี และได้เกิดปาฏิหาริย์พิเศษ คือ สรีระของหลวงพ่อ ไม่ปรากฏอาการเน่าเปื่อยแต่อย่างไร กลับแข็งเหมือนหิน มีลักษณะเป็นสีขาวเหมือนแป้ง ขณะเดียวกัน ได้ปรากฏในเวลาต่อมาว่า ทั้งเส้นผม และเล็กมือเล็บเท้าของหลวงพ่อได้งอกยาวออกมาจากเดิมอีกด้วย วัดจึงเก็บรักษาสรีระของหลวงพ่อไว้ในหีบแก้ว โดยตั้งบำเพ็ญกุศลเพื่อให้ศรัทธาสาธุชนทั่วไปสักการบูชาจนถึงทุกวันนี้ ในส่วนวัตถุ มงคล หลวงพ่อผัน ท่านได้สร้างไว้หลายรุ่น ล้วนมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ในทุกๆ ด้าน ที่นิยมกันมาก คือ เหรียญรุ่นแรก ปี ๒๕๐๕ เป็นเหรียญเสมา รูปหลวงพ่อนั่งสมาธิเต็มองค์ ออกเนื่องในโอกาสได้รับพระราชทานสมณศักดิ์

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จหลวงพ่อผัน ไตรมาส วัดแปดอาร์

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260429_170727.jpg IMG_20260429_170747.jpg
     
  9. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    พระสมเด็จที่ระลึกกฐิน วัดถ้ำพระนาใน รวมมวลสาร เกศา และชานหมากหลวงตา
    เกศาและชานหมากหลวงปู่ลี เกศาหลวงปู่จันทร์เรียน เกศาและอังคารหลวงปู่เจี๊ยะ เกศาหลวงปู่แบน
    เกศาหลวงปู่เปลี่ยน
    เกศาหลวงพ่อประสิทธิ์
    อังคารคุณแม่แก้ว เสียงล้ำ หว่าน 108 หลวงปู่ดู่

    มวลสารมงคล หายาก

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260429_223014.jpg IMG_20260429_223033.jpg IMG_20260429_223054.jpg IMG_20260429_223110.jpg
     
  10. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1777451645509.jpg

    พระสมเด็จสายพิรุณ ผสมแร่ เหล็กไหลที่ท่านไปพลีมาและพอกแป้ง
    ท่านสำเร็จวิชามหายันต์ 8 บุรุษ วิชาพอกแป้งถอนคุณไสย เปลื่ยนแปลงแก้ไขต้านสิ่งอาถรรพ์ ขจัดมนต์ดำ ขับถอนอาเพศทั้งปวง
    ประวัติ
    พระครูอดิสัยกิจจาทร หรือ หลวงปู่สุข ปุญญวันโต เจ้าอาวาสวัดทางกระบือ อดีตเจ้าคณะอำเภอบ้านนา ต.บ้านพร้าว อ.บ้านนา จ.นครนายก
    หลวงปู่สุข พระเกจิอาจารย์ผู้เรื่องเวทย์พุทธาคม เปื่ยมล้นด้วยเมตตาบารมี ถือมักน้อยโดยสันโดษ มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ช่ำชองในพระเวทย์ไสยเวทย์พุทธาคม อักขระ คาถาวิชา เป็นอย่างยิ่ง ทั้งลงอักขระเลขยันต์ ทำยงพุทธคุณเมตตามหานิยม มหาเสน่นห์ อยู่ยงคงกระพันชาตรี มหาอุตม์ ป้องกันคุณไสย ขับไล่คุณไสย ทำเลข
    ยันต์ทำมาค้าขายซื้อง่ายขายคล่อง เสกมนต์อาถรรพณ์ขจัดสิ่งชั่วร้ายให้กลับกลายเป็นดี สำเร็จวิชามหายันต์ 8 บุรุษ วิชาพอกแป้งถอนคุณไสย เปลื่ยนแปลงแก้ไขต้านสิ่งอาถรรพ์ ขจัดมนต์ดำ ขับถอนอาเพศทั้งปวง ทั้งเชี่ยวชาญในสมถกรรมฐาน วิปัสนากรรมฐาน มีสมาธิจิตและญาณสมาบัติแก้ช่กล้า เป็นศิษย์ผู้สืบทอดไสยเวทย์ เวทย์มนต์คาถา สาย หลวงปู่สิงห์ วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา จากพระสีหราชสมาจารมุนี(หลวงพ่อเพ็ง วัดบึง) โคราช สืบทอดไสยเวทย์สายลพ.พรหมศรรอดจากหลวงพ่อแป้น วัดโคก สืบทอดพุทธธาคมจากหลวงปู่นิล วัดครบุรี จ.นครราชสีมา ปัจุบัน ครบ 83 พรรษาในวันที่ 24 มีนาคม 2555 วัตถุมงครชิ้นหลัก เหรียญดอกพิกุลปี 16

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จสายพิรุณเนื้อแร่เหล็กไหล หลวงปู่ท่านไปพลีมา หลวงพ่อสุข จะมีพอกแป้งวิชาของท่านในองค์พระ
    องค์นี้แป้งเยอะมากครับ
    พรุ่งนี้โซนสีแดงครับ

    ให้บูชา 220 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260429_221519.jpg IMG_20260429_221551.jpg
     
  11. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    เหรียญพระพุทธปางสมาธิหลังสิงห์คู่และกงจักรปี๒๕๑๐

    พลเอกประภาส จารุเสถียร รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการพิธี
    พุทธาภิเษกครั้งที่ ๒ ทอดผ้าป่า ๘๔,๐๐๐ องค์ ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

    เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๐ เป็นวันมาฆบูชา ที่วัดพระเชตุพนหรือวัดโพธิ์
    ได้มีพิธีพุทธาภิเษก ครั้งที่ ๒ พิธีเริ่มด้วยพลเอกประภาส จารุเสถียร
    รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการทอดผ้าป่า ๘๔,๐๐๐ องค์จุดธูปเทียน
    บูชาพระรัตนตรัย

    แล้วสมเด็จพระวันรัต เจิมเทียนชัย ของที่เข้าพิธีพุทธาภิเษกครั้งนี้มี
    พระกริ่งพระพุทธยอดฟ้า ๑,๒๕๐ องค์ พร้อมด้วยเสมาทองคำ เสมาเงิน

    และเหรียญทองแดง จะมอบให้เป็นของที่ระลึกแก่ผู้ที่บริจาคเงินโดย
    เสด็จพระราชกุศลทอดผ้าป่า ๘๔,๐๐๐ องค์ พิธีพุทธาภิเษกครั้งที่ ๒
    พลเอกประภาส จารุเสถียร ได้จุดเทียนชนวนถวายแด่สมเด็จพระวันรัต
    แล้วสมเด็จพระวันรัตจุดเทียนชัย ระหว่างนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา
    สำรวจเพิ่มเติม
    ศาสนาพุทธ

    พิธีพุทธาภิเษกครั้งนี้พระอาจารย์ที่มีชื่อไปร่วมในพิธีถึง ๑๖ รูป
    พระอาจารย์เหล่านี้ได้นั่งปรกบริกรรมตลอดทั้งคืนจนถึงเวลา ๖ นาฬิกา
    นับว่าพระกริ่ง พระพุทธยอดฟ้าและเสมาทองคำ เสมาเงิน และ

    เหรียญทองแดง พระพุทธยอดฟ้าเหล่านี้ได้รับการพุทธาภิเษกอย่างดียิ่ง
    พระกริ่ง เสมาและเหรียญเหล่านี้ ทางมูลนิธิทุนพระพุทธยอดฟ้าจะได้

    มอบให้เป็นของที่ระลึกแก่ผู้ที่บริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลทอดผ้าป่า

    ๘๔,๐๐๐ องค์ ซึ่งจะมีการทอดในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๑๐ ซึ่งเป็นวันจักรี

    สำหรับพุทธาภิเษกครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๐ เริ่มตั้งแต่เวลา

    18 นาฬิกา มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และคณะกรรมการในการทอดผ้าป่า

    ๘๔,๐๐๐ องค์ ไปร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน นายถวิล สุนทรศารทูล

    ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชำนาญ ยุวบูรณ์ อธิบดีกรมการปกครอง

    นายประสงค์ หงสนันทน์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นต้น นอกจากนั้น

    ก็มีพุทศาสนิกชนทั้งหลาย เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวันมาฆบูชาที่แล้วมีผู้บริจาค
    เงินทอดผ้าป่าเป็นจำนวนเงินถึง ๑ แสนบาทเศษ.

    ในการจัดสร้างวัตถุมงคล ประกอบพิธีโดยมีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ตลอด ๓ เดือน แห่งปุริมเข้าพรรษา การสวดพระพุทธมนต์บทต่างๆ เช่น “ชินบัญชรคาถา ธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร โพชฌงค์ปริตร เจ็ดตำนาน มงคลจักรวาล ฯลฯ” จนกระทั่งถึงวันอาทิตย์ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งตรงกับวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานถวายผ้าพระกฐิน และเททองหล่อ พระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณนั่งปรกปลุกเสกทั้งหมด ประกอบด้วย

    o สมเด็จพระสังฆราช (ป๋า) เป็นองค์ประธาน
    o พระครูอาคมสุนทร วัดสุทัศน์
    o พระครูสุนทรสมาธิวัตร วัดสุทัศน์
    o พระครูญาณาภิรัต วัดสุทัศน์
    o พระครูพิบูลย์บรรณวัตร วัดสุทัศน์
    o พระครูสุนทรศีลาจารย์ วัดสุทัศน์
    o พระครูพิศาลสรกิจ วัดสุทัศน์
    o พระมหาสวน วัดสุทัศน์
    o พระมหาอำนวย วัดสุทัศน์
    o พระปลัดสุพจน์ วัดสุทัศน์
    o พระครูวิสิษฐ์วิหารการ วัดชนะสงคราม
    o พระสุธรรมธีรคุณ (วงษ์) วัดสระเกศ
    o พระอาจารย์สา วัดราชนัดดาราม
    o พระปลัดแพง วัดมหาธาตุ
    o พระวรเวทย์คุณาจารย์ วัดพระเชตุพน
    o พระครูฐาปนกิจประสาท วัดพระเชตุพน
    o พระอินทรสมาจารย์ วัดพระเชตุพน
    o พระครูวินัยธร (เฟื่อง) วัดสัมพันธวงศ์
    o พระครูกัลญาณวิสุทธิ วัดดอนหวาย
    o พระอาจารย์พี วัดสวนพลู
    o พระหลวงวิจิตร วัดสะพานสูง
    o พระอาจารย์หุ่น วัดบางขวด
    o พระราชโมลี (นาค) วัดระฆัง
    o พระครูโสภณกัลญานุวัตร (เส่ง) วัดกัลญาณมิตร
    o พระครูภาวนาภิรัต (ผล) วัดหนัง
    o พระครูไพโรจน์วุฒิคุณ (ไพฑูรย์) วัดโพธินิมิตร
    o พระครูญาณสิทธิ์ วัดราชสิทธาราม
    o พระอาจารย์มา วัดราชสิทธาราม
    o พระอาจารย์หวน วัดพิกุล
    o พระมหาธีรวัฒน์ วัดปากน้ำ
    o พระอาจารย์จ้าย วัดปากน้ำ
    o พระอาจารย์อินทร์ วัดปากน้ำ
    o พระครูกิจจาภิรมย์ วัดอรุณราชวราราม
    o พระครูวินัยสังวร วัดประยุรวงศาวาส
    o พระสุขุมธรรมาจารย์ วัดหงษ์รัตนาราม
    o พระครูพรหมวินิต วัดหงษ์รัตนาราม
    o พระอาจารย์อิน วัดสุวรรณอุบาสิการ
    o พระครูวิริยกิจ (โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี
    o พระปรีชานนทมุนี (ช่วง) วัดโมลี
    o พระครูปลัดแฉ่ง (หลวงพ่อแฉ่ง) วัดศรีรัตนาราม
    o พระปลัดยัง (หลวงพ่อยัง) วัดบางจาก
    o พระอาจารย์สมจิต วัดป่ากะเหรี่ยง
    o พระอาจารย์แทน วัดธรรมเสน
    o พระครูบิน วัดแก้ว
    o พระอินท์เขมาจารย์ วัดช่องลม
    o พระธรรมวาทีคณาจารย์ (เงิน) วัดดอนยายหอม
    o พระครูสังฆวิชัย วัดพระปฐมเจดีย์
    o พระอาจารย์สำเนียง วัดเวฬุวัน
    o พระอาจารย์เต๋ วัดสามง่าม
    o พระอาจารย์แปลก วัดสระบัว
    o พระครูปลัดทุ่ง วัดเทียนถวาย
    o พระครูโสภณสมาจารย์ (เหรียญ) วัดหนองบัว
    o พระมุจลินท์โมฬี (ดำ) วัดมุจลินท์
    o พระครูรอด วัดประดู่
    o พระครูวิศิษฐ์อรรถการ (คล้าย) วัดสวนขัน
    o พระอาจารย์บุตร วัดใหม่บางปลากด
    o พระอาจารย์แสวง วัดกลางสวน
    o พระครูศิริสรคุณ (แดง) วัดท้ายหาด
    o พระครูสมุทรสุนทร วัดพวงมาลัย
    o พระอาจารย์อ๊วง วัดบางคณที
    o พระครูลักขิตวันมุนี (ถิร) วัดป่าเลไลยก์
    o พระอาจารย์แต้ม วัดพระลอย
    o พระครูสัมฤทธิ์ วัดอู่ทอง
    o พระครูธรรมาวุฒิคุณ วัดเสม็ด
    o พระครูธรรมธร (หลาย) วัดราษฎร์บำรุง
    o พระอาจารย์บุญมี วัดโพธิ์สัมพันธ์
    o พระพรหมนคราจารย์ วัดแจ้งพรหมนคร
    o พระครูศรีพรหมโศภิต (แพ) วัดพิกุลทอง
    o พระชัยนาทมุนี วัดบรมธาตุ
    o พระอาจารย์เมือง วัดท่าแพ
    o พระครูอุทัยธรรมธารี วัดท้าวอู่ทอง
    o พระครูวิมลศีลาจารย์ วัดศรีประจันตคาม
    o พระครูสุนทรธรรมประกาศ วัดโพธิ์ปากพลี
    o พระครูบาวัง วัดบ้านเด่น
    o พระครูสวรรควิริยกิจ วัดสวรรคนิเวศ
    o พระครูศีลกิติคุณ (อั้น) วัดพระญาติการาม
    o พระอาจารย์แจ่ม วัดวังแดงเหนือ
    o พระครูเล็ก วัดบางนมโค
    o พระอาจารย์มี วัดอินทราราม
    o พระอาจารย์หวาน วัดดอกไม้
    o พระอาจารย์หน่าย วัดบ้านแจ้ง
    o พระครูประสาทวิทยาคม (นอ) วัดกลางท่าเรือ
    o พระอธิการเจาะ วัดประตูโลกเชษฐ์
    o พระอาจารย์ศรี วัดสะแก
    o พระสุวรรณมุนี วัดมหาธาตุเพชรบุรี
    o พระครูพิบูลย์ศีลาจารย์ วัดโพธิ์กรุ
    o พระครูทบ(หลวงพ่อทบ) วัดสว่างอรุณ
    o พระสวรรควรนายก วัดสวรรคาราม
    o พระโบราณวัตถาจารย์ วัดราชธานี
    o พระครูบี้ วัดกิ่งลานหอย
    o พระครูวิบูลย์สมุทรกิจ วัดเสด็จ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญดีปีลึกพิธีใหญ่

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260430_181004.jpg IMG_20260430_181035.jpg
     
  12. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    1777550322165.jpg
    1777550325402.jpg
    เหรียญหลวงปู่เดโช (หลวงปู่ดำ)
    หรือพระครูโลกเทพอุดร รุ่นพิเศษ ปี ๒๕๒๑
    ปลุกเสกโดยหลวงปู่โต๊ะ วัดประตูฉิมพลี
    (เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังผู้มีวัตรปฏิบัติงดงามและเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูง วัตถุมงคลของท่าน
    โดยเฉพาะ พระปิดตา, มีชื่อเสียงด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และ แคล้วคลาดปลอดภัย) และ
    พ่อท่านจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ (เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมสูง มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ โดดเด่นด้านคงกระพัน แคล้วคลาด และเป็นที่รู้จักในเรื่องการ "เรียกและตัดเหล็กไหล" ด้านวัตถุมงคลมีประสบการณ์มากมาย)

    เหรียญรุ่นนี้สร้างแจกเฉพาะหมู่ลูกศิษย์ภายใน
    โดยพ่อค้าเพชรพลอย ย่านสีลม
    จัดว่าหายากมากครับ

    หลวงปู่โลกอุดรเป็นเรื่องที่เล่าลือเป็นเวลานานกว่า ๖๐ ปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวประสบการณ์ของผู้ที่ได้พบเจอ อาทิเช่นได้ใส่บาตร ได้พบในนิมิต ได้ฟังหลวงปู่เทศนาสั่งสอน อย่างใดอย่างหนึ่งมาโดยตลอด โดยระบุว่า หลวงปู่โลกอุดร เป็นพระภิกษุลี้ลับไปมาไร้ร่องรอย ปรากฏกายได้ทุกรูปแบบ ทรงซึ่งอภิญญาสูงสุด มีอายุยืนนานหลายร้อยหลายพันปีมาแล้ว ไม่อาจคำนวนนับได้แม้แต่ชื่อเรียกท่านเองก็เป็นเพียงชื่อสมมุติเท่านั้น ไม่มีใครรู้จักนามท่านจริงๆ ว่าคือใคร ในทุกๆ ข้อมูลจะมีความเชื่อร่วมกันอย่างน้อยหนึ่งข้อคือ หลวงปู่โลกอุดรนั้นมิใช่เป็นเพียงวิญญาณของพระทรงอภิญญา หากแต่เป็นพระภิกษุที่บรรลุธรรมขั้นสูงสุดและยังมีชีวิตอยู่ตราบมาจนถึงปัจจุบันนี้ อาจมีอายุเป็นร้อยหรือเป็นพันปีมาแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าทำหน้าที่รักษาดูแลพระพุทธศาสนาให้ครบ ๕ พันปีนั่นเอง
    นอกจากข้อมูลทางด้านตำนานการสันนิษฐานแล้ว หากเราลองย้อนดูประวัติของพระเกจิอาจารย์
    พระวิปัสสนาจารย์ที่ประสบความสำเร็จในอดีต
    มีอิทธิอภิญญาเป็นที่ประจักษ์หลายต่อหลายรูปก็จะพบว่า ท่านเหล่านั้นล้วนมีประสบการณ์หรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระภิกษุลี้ลับรูปหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นครูของท่านเหล่านั้น อาจทางนิมิตกรรมฐานหรือธุดงค์ไปในป่าแล้วพบเจอกันโดยบังเอิญ รายนามของเกจิอาจารย์เหล่านั้นได้แก่ สมเด็จพระสังฆราชสุก ไก่เถื่อน , สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี, หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า, หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ หลวงปู่เย็น วัดสระเปรียญ, หลวงปู่โง่น โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก จ.พิจิตร, หลวงตาพลอย วัดมักกะสัน, หลวงพ่ออภิชิโตภิกขุ อาจารย์คนสำคัญของ ท่านพันเอกชม สุคันธรัตน์ หลวงปู่กบ เขาสาริกา ลพบุรี หลวงพ่อโอภาสี แห่งอาศรมบางมด หลวงพ่อยี วัดดงตาก้อนทอง และอีกมากมายหลายท่านที่มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับพระภิกษุลี้ลับองค์นี้
    จากคำบอกเล่าของพระกรรมฐานและผู้มีประสบการณ์พบว่าโดยมากมักเรียกหลวงปู่ท่านว่า “หลวงปู่ใหญ่” หรือ “หลวงตาดำ” ซึ่งข้อมูลจากการคำบอกเล่าทำให้เราทราบว่า ไม่ได้มีหลวงปู่โลกอุดรเพียงองค์เดียว แต่มีพระสำเร็จที่อยู่ในคณะโลกอุดรหลายรูป โดยมีอาจารย์ใหญ่เรียกว่าหลวงปู่ใหญ่นั่นเอง คณะโลกอุดรนี้ท่านเรียกกันว่า “พระในดง” ล้วน มีอภิญญาสมาบัติ ไปมาไร้ร่องรอยทำหน้าที่ดูแลพระพุทธศาสนาอย่างลี้ลับ คอยคุ้มครองผู้ประพฤติ ปฏิบัติธรรมให้รอดปลอดภัยจากภยันอันตรายทั้งหลายทั้งปวง
    หลวงปู่โลกอุดรไม่ได้มีเพียงองค์เดียว แต่มีด้วยกันหลายองค์ แต่ที่ขึ้นชื่อลือนามเป็นตำนานนั้นมีด้วยกัน ๕ พระองค์ มี รายนามดังนี้คือ
    ๑ หลวงตาดำ เป็นบรมครูสูงสุด
    ๒ ขรัวเศียรบาตร เป็นน้องชายของหลวงตาดำ
    ๓ หลวงปู่โพรงโพธิ์ เป็นศิษย์เอกขององค์หลวงตาดำ
    ๔ ขรัวแก้มแดง เป็นผู้ชำนาญเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุ ปรอทสำเร็จ
    ๕ ขรัวขี้เถ้า เป็นผู้ชำนาญทางเตโชกสิณ
    พระโลกอุดรทั้ง ๕ ท่านนี้เป็นผู้ทรงอภิญญาชั้นสูง ชำนาญ ในวสีการเข้าออกฌานได้ตามปรารถนา แถมยังชำนาญด้านมโนยิทธิ สามารถแสดฤทธิ์บิดเบือนกาย จำแลงแปลงตนให้เป็นคนหรือสัตว์ได้ตามปรารถนา สามารถแยกกายไปโปรดโปรดสัตว์ ณ สถานที่ใดๆ ก็ได้ ไม่จำกัดกาลเวลาสถานที่แต่อย่างใด ทั้ง ๕ ท่านถือว่าเป็นบรมครู แต่ละท่านต่างมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย
    ก็ในบรรดาทั้ง ๕ ท่านนี้ “หลวงปู่โพรงโพธิ์” คือ องค์ที่มีหน้าตาหนุ่มแต่เกศาขาวโพลน ภาพถ่ายของท่านเป็นหน้าตาเดียวกันกับพระครูพรหมสิงขบุรี ซึ่งองค์นี้ก็เป็นพระโลกอุดรเช่นกัน และนับเป็นองค์ที่ปรากฏกายแสดงฤทธิ์โปรดสัตว์บ่อยๆ จากคำบอกเล่าของพันเอกชม สุคันธรัตน์ ท่านเปิดเผยว่า “หลวงปู่ใหญ่” หรือ “หลวงตาดำ” เองก็มักแสดงกายจำแลงแปลงตนเป็น “หลวงปู่โพรงโพธิ์” หรือ “พระครูพรหมสิงขบุรี” ไปโปรดสัตว์บ่อยๆ ทั้งนี้ตามแต่การพิจารณาด้วยญาณแล้วบุคคลใดควรไปโปรดในลักษณะไหน
    ใน ๕ ท่านนี้ “หลวงตาดำ” คือ “พระอุตตระเถระ” มีอายุยาวนานมานับพันปี รองลงมาจากท่านคือ
    “ขรัวเศียรบาตร” องค์นี้มีฤทธิ์และบุญญาธิการสูงส่ง มีฐานะเป็นศิษย์น้องของหลวงตาดำ รองลงมาคือ “หลวงปู่โพรงโพธิ์” องค์นี้สำเร็จธรรมชั้นสูงมักเป็นตัวแทนของหลวงตาดำหรือหลวงปูใหญ่ไปโปรดสัตว์หรือไปทำภาระหน้าที่ต่างๆ แทนองค์หลวงปู่ใหญ่เสมอๆ ได้รับการอนุญาตจากหลวงปู่ใหญ่ให้แสดงฤทธิ์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตทาง

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 300 ค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20260430_185336.jpg IMG_20260430_185404.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 พฤษภาคม 2026 at 03:36
  13. pei

    pei เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    817
    ค่าพลัง:
    +2,892
    จองครับ
     
  14. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    รับทราบครับขอบคุณครับ
     
  15. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1777577414056.jpg

    อาตมาได้เรียนกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ระหว่างที่ได้เรียนกรรมฐานกับท่าน ท่านก็ได้สอนวิชาพระคาถาเกราะเพชรให้ เป็นคาถาที่ว่าด้วยการเรียนทีละตัว คาถายันต์เกราะเพชร

    พระปิดตามหาโชค มงคลอายุครบ 6 รอบ หลวงพ่อบุญมาก วัดโพธิ์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. ปี ๒๕๔๔

    ยันต์เกราะเพชรมีความสำคัญอย่างไร?

    ยันต์เกราะเพชรเป็นพระคาถาที่ทำให้แคล้วคลาดจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ก่อนจะไปทำอะไรเพื่อให้เป็นมงคลก็ให้เจริญพุทธมนต์ ประกอบด้วย พระพุทธคุณ คือ อิติปิโส บทต้น แล้วทุกวันก็ต้องบูชาด้วย อิติปิโส ๑ จบ มีพระองค์ไหนก็เหมือนกัน หรือถ้ามีพระคล้องคอ เวลาสวดอิติปิโสก็ระลึกนึกถึง บารมีของพระพุทธเจ้า ห้องที่สองนึกถึงบารมีพระธรรม ห้องที่สามนึกถึงบารมีพระอรหันต์ทั้งหลาย พวกบูชายันต์เกราะเพชรต้องใช้บทนี้เป็นประจำ ถ้าไม่ใช้ประจำก็ไม่แน่ใจว่าจะคุ้มครองได้นะ

    หลวงพ่อเรียนวิชายันต์เกราะเพชรกับหลวงพ่อปานจริงหรือครับ?

    อาตมาได้เรียนกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ระหว่างที่ได้เรียนกรรมฐานกับท่าน ท่านก็ได้สอนวิชาพระคาถาเกราะเพชรให้ เป็นคาถาที่ว่าด้วยการเรียนทีละตัว คาถายันต์เกราะเพชรจะมี อิระชาคะตะระสา ติหังจะโตโรถินัง ปิสัมระโลปุสัตพุท โสมาณะกะริถาโธ ภะสัมสัมวิสาเทภะ คะพุทปันทูทัมวะคะ วาโธโนอะมะมะวา อะวิชสุนุตสานุติ

    คาถายันต์เกราะเพชรกับคาถาชักยันต์แตกต่างกันไหมครับ?

    ทั้งสองคาถาเป็นคาถาเดียวกัน ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า คาถาชักยันต์ก็สืบเนื่องมาจาก หากไปพบงูหรือเสือที่ดุร้าย แล้วเดินวน ๓ รอบพร้อมกับท่องคาถา ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ดุร้ายชนิดใดจะอ้าปากไม่ออก สัตว์เหล่านั้นจะชักหยุดนิ่งไปเลย ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นบาปต่อสัตว์เหล่านั้น คนใช้คาถาจะต้องวนคืนกลับอีก ๓ รอบ เพื่อให้มนต์ที่ท่องคลายลง พวกมันจะได้ออกหากินได้ตามเดิม แต่ถ้าไม่วนคืนสัตว์เหล่านั้นอ้าปากไม่ได้ก็จะตายในที่สุด

    เมื่อใช้ถาคานี้แล้วอ้าปากไม่ออก หลวงพ่อคิดว่าเกิดจากอะไรครับ?

    อาตมาคิดว่ามันเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ของวิชาคาถามากกว่าจะเป็นเรื่องอย่างอื่น จริงๆ ให้อาตมาบอกมันบอกไม่ถูก ส่วนพระคาถาแคล้วคลาดของหลวงพ่อปานท่านก็สอนไว้ให้ท่อง อิติปิโส ภะคะวา พุทโธ คลาดแคล้ว พระเจ้าเกิดแล้ว อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ อิติปิโส ภะคะวา พุทโธ แคล้วคลาด พระเจ้าย่างบาท อะระหัง สัมมาสัมพุทโธฯ ๓-๗ เที่ยว ก็จะทำให้แคล้วคลาดได้

    นอกจากนี้ยังมีคาถาเสริมทรัพย์ ท่านเน้นให้สวดภาวนาเวลาตื่นนอน ๓ จบ เวลาใส่บาตร ๑ จบ ก่อนนอน ๓ จบ หรือเวลาว่างจะทำให้มีทรัพย์มากมาย พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ (๑ จบ) วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มาณีมามะ พุทธัสสะ สะวา โหม

    พระคาถาเหล่านี้หลวงพ่อได้ใช้ปลุกเสกในวัตถุมงคลด้วยใช่ไหมครับ?

    อาตมาจะใช้คาถาเหล่านี้มาปลุกเสกพระเครื่องที่สร้างแจกให้กับญาติโยม ถ้าได้ใช้คาถานี้ปลุกเสกแล้วทำให้ปีติเกิดเท่านี้ก็ขลังแล้ว เมื่อมีปีติที่ว่านี้เมื่อไร มันก็จะทำให้ผู้นั้นเกิดความอิ่มใจ สุขใจ คงไม่ต้องมีสุขมีทุกข์ อย่างโลกีย สังสารวัฏฏ หรือไม่มีสุขไม่มีทุกข์ อย่างโลกุตตรก็ได้

    แสดงว่าการปลุกเสกเดี่ยวกับปลุกเสกหมู่ก็ไม่แตกต่างกันซิครับ?

    ในส่วนนี้ความแตกต่างมันสุดแล้วแต่ครูบาอาจารย์ที่ต้องมีสมาธิตั้งมั่นแค่ไหน เพื่อให้พุทธคุณที่ได้จากการปลุกเสกให้เกิดลาภยศ ร่ำรวย ลดในเรื่องของรัก โลภ โกรธ หลง ให้จิตตั้งเป็นสมาธิให้รู้เห็นความเป็นจริง ให้เห็นความจริงตั้งอยู่ ให้เห็นความตายตั้งอยู่ เหมือนกับหลวงพ่ออี๋ หรือพระครูวรเวทมุนี อดีตท่านเจ้าอาวาสวัดสัต *** บ อ.สัต *** บ จ.ชลบุรี ที่ท่านนั่งสมาธิจนจิตมั่นคง ก็สามารถหยุดในเรื่องของลมฟ้าอากาศคลื่นลมได้ ถ้าทำได้เพียงเท่านี้วัตถุมงคลก็ขลังได้เหมือนกัน
    หลวงพ่อได้เรียนวิชากับหลวงพ่ออี๋ด้วยหรือ?
    หลวงพ่ออี๋ท่านได้สอนวิชาที่ทำให้แคล้วคลาดเท่านั้น ท่านบอกว่า เอาอะไรมาก เอาแค่แคล้วคลาดก็พอ (หัวเราะ) คาถาที่ท่านให้อาตมาเป็นคาถาทำปลัดขิก ท่านจะถามก่อนว่าได้บวชเรียนมาบ้างไหม พอบอกว่าได้ ท่านก็ให้ท่องในเรื่องของธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ มาผสมกัน ทั้งอากาศ ธาตุ และ วิญญาณธาตุ มีตัณหา อุปาทาน เข้ามายึดถือ ให้เกิดความสำคัญมั่นหมาย และบังคับให้เป็นไป มีประการต่างๆ ตามอำนาจของกิเลส อันเป็นเหตุแห่งทุกข์นั่นเอง
    นอกจากนี้หลวงพ่อได้เรียนวิชาคาถาอาคมจากพระ อาจารย์รูปไหนอีกครับ?
    อาตมาได้ร่ำเรียนวิชากับหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก เพราะสมัยนั้นถือว่าท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่สร้างเครื่องรางของขลังให้ลูกศิษย์ ผู้ศรัทธาไว้คุ้มครองในรูปลักษณ์ต่างๆ เช่น งาช้าง ทองผสม ดินเผา ว่าน และ ผงพุทธคุณต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และอาตมาก็ยังได้เรียนวิชากับหลวงพ่อเล็ก ลูกศิษย์หลวงพ่อปานด้วย

    ที่มา หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260501_023310.jpg IMG_20260501_023336.jpg
     
  16. SIR2010

    SIR2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    3,248
    ค่าพลัง:
    +5,936
    จองครับ
     
  17. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    1777570020354.jpg


    หลวงพ่อแสวงวัดหนองอีดุกท่านเป็นศิษย์อีกรูปของหลวงพ่อกวย วัตถุมงคลพระเครื่องหลวงพ่อกวยที่ปลุกเสกวัดหนองอีดุกนิยมเล่นหาและมีราคาสูง

    พระสมเด็จปรกโพธิ์หลวงพ่อแสวงวัดหนองอีดุกรุ่นบูชาครู สภาพ ตามที่เห็น ครับ
    เนื้อหามวลสาร ดูง่าย สบาย สายตา

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260501_002358.jpg IMG_20260501_002430.jpg
     
  18. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1777571777422.jpg

    จะขึ้นเหนือล่องใต้อาราธนานำติดตัวไปเป็นศิริมงคล

    พระผงวัดโป่งแดง พิมพ์คะแนน จ.สุพรรณบุรี

    ในสาย หลวงปู่สังวาลย์ นิยมกันครับพระเครื่องของท่าน หลาย ๆ อย่าง ราคาแพงแล้ว ของดี ที่ท่านเสกไว้ ใช้ได้เหมือนกันครับองค์พระขนาด พระผงของขวัญ

    ทำพิธีโดย หลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก ปลุกเสกโดย หลวงพ่อเจริญ วัดหนองนา,หลวงพ่อจวน วัดไก่เตี้ย,หลวงพ่อพยุง วัดบัลลังย์,หลวงพ่อดุ๋ย วัดผักนาค


    FB_IMG_1777571907586.jpg
    • หลวงตามหาบัวเทศน์กล่าวถึงหลวงปู่สังวาลย์

    ในตอนหนึ่งท่านกล่าวว่า… “ หลวงพ่อสังวาลย์ เป็นผู้มีบุญญาภิสมภารอันกว้างขวางลึกซึ้งมาก ยากที่จะมีใคร ๆ เสมอเหมือนได้ เพราะท่านมีน้ำใจกว้างขวาง แสดงออกให้เห็นจากบริษัทบริวารศรัทธาทั้งหลายที่มาจากทุกทิศทุกทางคนเราต้องมาด้วยน้ำใจ น้ำใจเป็นของลึกซึ้งมากทีเดียว ถ้าลองน้ำใจได้ไหลลงไปที่ใดแล้ว เป็นได้ไหลตลอดไม่มีถอยนี่น้ำใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศีลไปด้วยธรรมของพี่น้องทั้งหลาย ซึ่งเกิดจากความเชื่อความเลื่อมใสในหลวงพ่อสังวาลย์

    แม้องค์ท่านเองจะทุพพลภาพ ไปไหนมาไหนนอนสั่งอยู่บนเตียงก็ตาม แต่วาสนาบารมีของท่าน ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงเหมือนเรือนร่างของท่าน แต่เต็มไปด้วยความเมตตาต่อพี่น้องทั้งหลาย เช่นเวลานี้ท่านจะต้องคิดอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มงานมาจนกระทั่งบัดนี้ วันนี้เป็นวันที่ท่านคิดมากห่วงใยกับชาติบ้านเมือง กับศาสนา กับจิตใจของพี่น้องชาวไทยเราว่าคราวนี้เป็นคราวที่ท่านเป็นผู้นำผู้หนึ่ง แม้ร่างกายจะทุพพลภาพ แต่ส่วนจิตใจและวาจาของท่านที่จะแสดงต่อพี่น้องทั้งหลาย ด้วยน้ำใสใจเมตตาจริง ๆ ว่า วันนี้งานเราจะเป็นอย่างไรบ้างนาแล้วก็หลวงตามหาบัว ท่านก็มาที่นี่ด้วย เพื่อช่วยชาติบ้านเมือง อันเป็นเจตนาอย่างเดียวกัน แล้วงานของเราเพื่อรับชาติบ้านเมืองและรับจิตใจของเราขึ้นสู่ธรรมนี้ จะเป็นอย่างไรนะ จะบกพร่องอะไรหรือไม่ ท่านต้องเป็นกังวลมากมาย พี่น้องทั้งหลายทราบตามนี้ก็แล้วกันเพราะท่านเป็นผู้มีบุญญาภิสมภารอำนาจวาสนามากทีเดียวองค์หนึ่ง น่าชมเชยสรรเสริญเป็นอย่างมาก ที่ท่านอยู่นี่ท่านเป็นเหมือนแม่เหล็กเป็นเครื่องดึงดูดจิตใจของประชาชนให้ระลึกถึงท่านมากน้อยเพียงไร ย่อมเกิดเป็นกุศลมหากุศลขึ้นที่ใจของตน ไม่มีการเฉื่อยชา ไม่มีการจืดจางตลอดมา

    นี่เพราะอำนาจแห่งเมตตาธรรม วาสนาบารมีของท่านที่เคยเกี่ยวโยงกับพี่น้องทั้งหลายเคยเป็นลูกศิษย์ลูกหาเป็นบริษัทบริวารกันมา เมื่อพูดคำใดออกมาย่อมมีน้ำมีเนื้อมีรสมีชาติทุกสิ่งทุกอย่างต่อจิตใจของบริษัทบริวารทั้งหลายให้มีความอุตส่าห์พยายามในทางคุณงามความดีทั้งหลาย ท่านก็ได้ข้อคิดเต็มหัวใจวันนี้ พี่น้องทั้งหลายกรุณาตอบแทนท่านด้วยอำนาจแห่งการให้ทาน การรักษาศีลการเจริญเมตตาภาวนาเดินตามรอยครูนี้แหละ จะเป็นผู้แคล้วคลาดปลอดภัยตลอดไป..” ; จากหนังสือ ชาติสุดท้าย หน้า ๗๗-๗๘

    CR4_11230.jpg

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    สมเด็จหลวงพ่อวัดโป่งแดง สภาพ ตามที่เห็นไม่สวย กระเทาะ เนื้อหาย บิ่น ในสาย ความเชื่อเรื่องยุคภัยพิบัติ จะนิยมบูชา วัตถุมงคลของท่าน อีก ๑ องค์

    ให้บูชา 120 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260501_005125.jpg IMG_20260501_005200.jpg IMG_20260501_005228.jpg IMG_20260501_005254.jpg
     
  19. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    B (ปก).PNG
    หลวงพ่อเกษม เขมโก (นามเดิม เจ้าเกษม ณ ลำปาง) เป็นพระสายวิปัสสนากรรมฐาน พระเกจิเถราจารย์ทางด้านธุดงควัตร ปลีกวิเวก พุทธศาสนิกชนใน จ.ลำปาง และชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นพระเถราจารย์ปูชนียบุคคลรูปหนึ่งของประเทศไทย และมีผู้มีความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

    "พระเครื่องที่แขวนมีหลายองค์ แต่ที่ขาดคอไม่ได้ คือ พระของหลวงพ่อเกษม ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดถ้าเป็นพระที่หลวงพ่อปลุกเสกถือว่าใช้ได้เหมือนกันหมด ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นดังและราคาแพง พระที่ขึ้นชื่อว่าหลวงพ่อเกษมปลุกเสกนั้นมีความขลังเท่าเทียมกันทุกรุ่นทุกองค์ วันนี้แขวนรูปภาพ และฟันของหลวงพ่อ ซึ่งได้จากเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เป็นลูกศิษย์คอยรับใช้ท่าน" นี่เป็นคำยืนยันจากปากของ คุณสุวรรณ กล่าวสุนทร ในขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง

    คุณสุวรรณได้เล่าถึงปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อเกษมให้ฟังว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ ครั้งเป็นนายอำเภอเมืองลำปาง ได้ออกไปจับไม้ พบกองไม้ขนาดใหญ่และอุปกรณ์การตัดไม้จำนวนมากไม่สามารถเคลื่อนย้ายมาได้หมดจึงเผาทิ้ง ปรากฏว่าหลังจากราดน้ำมันเบนซินแล้ว ด้วยความประมาทระหว่างจุดไฟปรากฏว่าไฟลุกท่วมเหมือนกับถังแก๊สระเบิด ได้ยกมือขึ้นป้องใบหน้าพร้อมกับกระโดดหลบ ได้ร้องตะโกนอุทานไปว่า "หลวงพ่อช่วยลูกด้วย"

    ด้วยความแรงของเปลวไฟ ทำให้แขนและบริเวณหน้าอกถูกลวกด้วยเปลวไฟ ในครั้งนั้นมีการออกข่าวไปว่า "รองผู้ว่าฯ ลำปาง ถูกไฟคลอกตาeดำเป็นตอตะโก" ในครั้งนั้นต้องเดินเท้าเกือบครึ่งวันกว่าจะถึงถนนใหญ่ จากนั้นก็ไปพักรักษาตัวในห้องปลอดเชื้อของโรงพยาบาลนานถึง 7-8 วัน โดยทุกๆ วันจะมีหมอมาตัดผิวหนังที่เสียหายออก และในวันสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาลหมอได้แนะนำให้ไปศัลยกรรมผิวหนังบริเวณที่ถูกไฟไหม้เพื่อให้แผลเป็นไม่น่าเกลียด หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็ไปหาหลวงพ่อเกษม พร้อมกับบอกหลวงพ่อว่า "ช่วยเป่าให้หน่อย ขออย่าให้เป็นแผลเป็น" ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า หลังจากหลวงพ่อเป่าให้อีกประมาณ ๑ เดือน ไม่เกิดเป็นร่องรอยแผลเป็นเลย

    "พุทธคุณและปาฏิหาริย์ของพระเครื่องที่เราเกิดไม่ทันนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา เท็จจริงประการใดไม่ทราบ แต่เรื่องเล่าพุทธคุณและปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อเกษมเป็นสิ่งที่ผมสัมผัสได้ โดยได้เดินทางไปกราบไหว้ท่านเมื่อยังเป็นเด็ก นอกจากได้สัมผัสวัตรปฏิบัติแล้ว รวมทั้งปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองหลายครั้ง" คุณสุวรรณกล่าว

    Credit: ขอขอบคุณที่มาจากการคัดลอกเนื้อหาบางส่วนจาก คมชัดลึก ออนไลน์ https://www.komchadluek.net/amulet/161609

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงรูปเหมือนทรงระฆังรุ่นมงคลเก้า หลวงพ่อเกษมเขมโก ปี ๒๕๓๔ ใบฝอยยังอยู่เดิมๆครับ

    .....ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    ปิดรายการ

    IMG_20260501_220441.jpg IMG_20260501_220556.jpg IMG_20260501_220618.jpg IMG_20260501_220635.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 พฤษภาคม 2026 at 13:51
  20. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,366
    ค่าพลัง:
    +21,468
    FB_IMG_1777650262993.jpg




    หลวงพ่อท่านสำเร็จวิชามนต์จินดามณีในสายวัดเขาหน่อ

    ประวัติ หลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ อ.บรรพตพิสัย นครสวรรค์
    พระครูนิวาตธรรมโกศล ( หลวงพ่อแนม กตปุญโญ )

    เด็กชายแนม ธรรมราช เกิดวันที่ 6 เม.ย 2465 ณ. บ้านท่าเกษม หมู่ 4 อ. สวรรคโลก จ. สุโขทัยเป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้อง 7 คนของ

    นายน้อย-นางฝอย ธรรมราช เมื่ออายุ 9 ขวบ ได้ตามแม่ใหญ่ ชื่อแม่ขาวพวง ธรรมราช ซึ่งเป็นแม่ชีมาจากสุโขทัยจนได้มาพบกับพระธุดงค์คือ

    หลวงพ่ออ๊อด ที่วัดท่าจันทร์ ต. บ้านแดน อ. บรรพตพิสัย จ. นครสวรรค์และได้เรียนหนังสือจนจบชั้นประถมปีที่ 4 ที่โรงเรียนวัดบ้านแดน

    หลังจากนั้นหลวงพ่ออ๊อด ได้ฝาก ด.ช แนม ไว้กับหลวงพ่อแท่นยโสธโรซึ่งต่อมา หลวงพ่อแท่น ท่านก็ได้นำ ด.ช แนม

    ไปบวชเณรกับท่านเจ้าคุณวิเชียรโมลี เจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพ็ชร ณ. วัดพระบรมธาตุ อ.เมือง เมื่อวันที่ 7 พ.ค 2480

    จนกระทั่งเมื่อ อายุเข้า 20 ปีหลวงพ่อแท่น จึงได้พาสามเณร แนม เข้าไปอุปสมบท กับพระครูวิบูลย์วชิรธรรม ( หลวงพ่อสว่าง )

    เมื่อวันที่ 8 พ.ค 2485 ณ. วัดสังขวิจิตร ต. ตาขีด อ. บรรพตพิสัย จ. นครสวรรค์

    โดยมี พระครูวิบูลย์วชิรธรรม ( หลวงพ่อสว่าง ) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รัยฉายา กตปุญโญ...

    พระอาจารย์ ที่หลวงพ่อแนม ได้ศึกษาธรรมะและ พุทธาคมที่ได้บันทึกไว้มีดังนี้

    1. พระวิบูลย์วชิรธรรม ( หลวงพ่อสว่าง )วัดคหบดีสงฆ์ กำแพงเพ็ชร

    2. หลวงพ่อแท่น ยโสธโร

    3. หลวงปู่เภา วัดถ้ำตะโกลพบุรี

    4. หลวงพ่อฉาย วัดป่าธรรมโสภณ

    5. หลวงพ่อกึ่ง วัดโพธิ์ชัย

    6. หลวงพ่อสุด วัดปฐมพานิช

    7. หลวงพ่อสำลี วัดเขาวัง ราชบุรี

    8. หลวงพ่ออุ่มวัดเขาวัง ราชบุรี

    9. หลวงพ่อธูป วัดเขาปถะหวี

    10. หลวงพ่อวัน วัดเขาวงบ้านหมี่

    11. หลวงปู่นาค วัดท่าเกษม สวรรคโลก จ.สุโขทัย

    12. หลวงพ่อแกรวัดส้มเสี้ยว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์

    หลวงพ่อแนม ท่านมีความชำนาญทางด้านก่อสร้างเป็นพิเศษ ได้ก่อสร้างศาสนาสถานไว้มากมายอาทิเช่น..

    พ.ศ 2513 สร้างศาลาการเปรียญ 1 หลัง

    พ.ศ 2514 สร้างกุฏิแบบทรงไทย 5 หลัง

    พ.ศ 2515 สร้างปะปา ร่วมกับอนามัย อ. บรรพตพิสัยประจำวัด

    พ.ศ 2519 สร้างหอสวดมนต์

    พ.ศ 2520-2521 สร้างหอสมุดแบบทรงไทย

    ในปี พ.ศ 2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีได้ทรงเสด็จยกช่อฟ้า ที่อุโบสถ วัดเขาหน่อ นครสวรรค์

    เป็นที่ปลื้มปิติของประชาชนชาว จังหวัดนครสวรรค์ อย่างหาที่สุดมิได้.....

    หลวงพ่อแนมท่านเป็นผู้มีคุณธรรม มีพรหมวิหารธรรมเป็นพระนักปฏิบัติ ที่เปี่ยมล้นไปด้วยเมตตาต่อบรรดาศิษย์เป็นอย่างยิ่งตลอด

    จนผู้ไฝ่ธรรมทั้งหลายที่มากราบท่าน นมัสการท่าน จนเมื่อวันที่ 15 มิ.ย 2543 หลวงพ่อแนม ท่านมีอากาศป่วยกำเริบ

    ลูกศิษย์ได้นำหลวงพ่อแนม ส่งโรงพยาบาลปากน้ำโพนครสวรรค์ และท่านก็ได้มรณะภาพ ในเวลา 15.00 น.

    ด้วยอาการอันสงบเป็นที่เศร้าโศรกเสียใจต่อประชาชน ลูกศิษย์ทั้งหลาย ตลอดจนผู่ใฝ่ทางธรรมทุกๆท่าน....

    วันที่ 22 ตุลาคม 2543 ทางคณะกรรมการวัดและศิษยานุศิษย์ได้จัดงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูนิวาตธรรมโกศล

    อดีตเจ้าคณะตำบลกิตติมศักดิ์ ตำบลบ้านแดนและเจ้าอาวาส วัดเขาหน่อ นครสวรรค์

    ขึ้น ณ. วัดเขาห้วยลุง ต. บ้านแดน อ. บรรพตพิสัยจ. นครสวรรค์ ท่ามกลางความโศรกเศร้า ของผู้ที่มาร่วมในวันงาน....

    อ้างอิงจาก www.amutweb.com

    **************************************************************************************************************************

    เทพเจ้าแห่งโชคลาภ "หลวงพ่อแนม กตปุญโญ" พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดเขาหน่อ ต.บ้านแดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์

    ศิษย์พระคณาจารย์สายหลวงปู่เภา วัดถ้ำตะโก จ.ลพบุรี ปัจจุบันวัตถุมงคลของ "หลวงพ่อแนม" ผู้นำไปใช้ต่างประสบการณ์โชคลาภ

    อย่างเช่น รูปหล่อปั๊มหลวงพ่อแนม เนื้อทองเหลืองรุ่นฉลองอายุครบ 72 ปี (6 รอบสร้างปี 2537)

    วัตถุมงคลรุ่นนี้ นายบุญชู โรจนเสถียร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตส.ส.หลายสมัย เป็นประธานวางศิลาฤกษ์

    บันไดเพื่อขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทวัดเขาหน่อ และประธานพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล 6 รอบหลวงพ่อแนมด้วย

    ที่มาเว็บพระ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญระฆังเนื้อทองเหลืองหลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อรุ่นรวยเงินล้าน

    ยกชุด ๒ เหรียญ

    ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260501_224812.jpg IMG_20260501_224654.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...