ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันแพง เม็ดพลาสติกขาดแคลน ค่าระวางเรือพุ่ง ผู้บริหารไทยพูดตรงๆ ใครตรึงราคาไหว ใครถึงจุดต้องขยับ

    ราคาน้ำมันพุ่ง เม็ดพลาสติกขาดตลาด ค่าระวางเรือแพงขึ้นเป็นเท่าตัว สัญญาณเหล่านี้กำลังทยอยปรากฏในต้นทุนสินค้าที่คนไทยใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ขวดน้ำดื่ม, ซองขนม ไปจนถึงค่าส่งอาหารเดลิเวอรี่ และทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นเดียวกัน คือความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569
    .
    เมื่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งอุปทานพลังงานราว 20% ของโลก ต้องหยุดชะงักลงตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2569 จากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ผลกระทบก็เริ่มส่งแรงกระเพื่อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง โดยเฉพาะเอเชียและยุโรปซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง
    .
    และสิ่งที่ต้องไม่ลืมคือน้ำมันไม่ได้เป็นแค่เชื้อเพลิง แต่ยังเป็นสารตั้งต้นของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก ซึ่งเชื่อมโยงกับต้นทุนการผลิตสินค้าแทบทุกประเภท เมื่อซัพพลายตึงตัวพร้อมกันหลายทาง แรงกดดันจึงไม่ได้กระทบแค่อุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่วิ่งผ่านทั้งสายพานการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค
    .
    THE STANDARD WEALTH รวบรวมความเห็นจากผู้บริหารในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหาร ค้าปลีก โลจิสติกส์ เหล็ก ก๊าซอุตสาหกรรม และบรรจุภัณฑ์ เพื่อฉายภาพว่าแต่ละธุรกิจกำลังรับมือกับคลื่นต้นทุนระลอกนี้อย่างไร ใครยังตรึงราคาไหว และใครเริ่มส่งสัญญาณว่าอาจต้องขยับในเร็ววันนี้

    ภาพ: ฐานิส สุดโต
    #TheStandardWealth
    #TheStandardPhoto #ฐานิสสุดโต

    https://www.facebook.com/share/p/1CDMZZYGzp/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook: WEO) ฉบับเมษายน 2569 พบว่า IMF ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ลงเล็กน้อยเหลือ 1.5% จาก 1.6% ที่ประมาณการณ์ไว้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยอัตราการเติบโตที่ 1.5% นี้สะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวอย่างมากจากปีก่อนหน้าปี 2568 ที่ขยายตัวได้ราว 2.4%

    สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2570 IMF คาดการณ์ว่า จะขยายตัวได้ 2.1% ปรับลดลงเล็กน้อยเช่นกันจาก 2.2% ที่ประมาณการณ์ไว้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ ประมาณการณ์ดังกล่าวคือ Reference Forecast ของ IMF หมายถึง คาดการณ์อ้างอิง ที่มีสมมติฐานว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรอบนี้เกิดขึ้นในระยะสั้นและขอบเขตค่อนข้างจำกัด โดยคาดว่า จะสามารถหาข้อยุติได้ภายในช่วงครึ่งหลังของปี

    โดยภายใต้ Reference Forecast ของ IMF ยังประเมินว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้นในระดับปานกลางที่ 19% ในปี 2026 โดยราคาน้ำมันจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปีนี้ และคาดว่า ราคาพลังงานจะเริ่มปรับตัวลดลงสู่ระดับปกติในช่วงครึ่งหลังของปีและต่อเนื่องไปจนถึงปีถัดไป

    นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อก็จะยังคงอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline inflation) จะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 4.4% ในปีนี้ และจะค่อยๆ ลดลงในปีหน้า ก่อนที่จะกลับเข้าสู่เส้นทางที่เงินเฟ้อชะลอตัว (Disinflation path) ในปี 2027

    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ Reference Scenario จะเป็นกรณีที่ความขัดแย้งคลี่คลายอย่างรวดเร็ว แต่เศรษฐกิจโลกก็ยังคงหลีกเลี่ยงความเสียหายไม่ได้ โดยคาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลก (Global growth) จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 3.1% ในปีนี้

    ทั้งนี้ IMF ได้จัดทำ Reference Scenario ขึ้นมาเพื่อเป็นภาพหลัก ควบคู่ไปกับการประเมินฉากทัศน์อื่นๆ ที่เลวร้ายกว่า ได้แก่ Adverse Scenario และ Severe Scenario เพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบหากราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นหรือความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ในสถานการณ์หลัก

    คาดการณ์ดังกล่าวของ IMF ใกล้เคียงกับประมาณการเศรษฐกิจไทยล่าสุดของ ธนาคารโลก (World Bank) เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ที่คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของ GDP ไทยจะลดลงจาก 2.4% ในปี 2568 เหลือเพียง 1.3% ในปี 2569 (ปรับลดลงจากคาดการณ์เดิมที่เคยให้ไว้ที่ 2.0%) ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.3% ในปี 2570

    โดยการชะลอตัวในปี 2569 นี้ ธนาคารโลกมองว่า เป็นผลมาจากปัจจัยช็อกภายนอกที่เข้ามาซ้ำเติมข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ภาวะสินเชื่อที่ตึงตัว และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ล่าช้า นอกจากนี้ ‘ไทย’ ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตราคาพลังงานหนักสุด เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนที่สูง ไทยเป็นประเทศที่มีความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันสูงมาก และไทยยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางการคลัง เป็นต้น

    นักเศรษฐศาสตร์แบงก์ไทยมองเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างไรจากสงคราม

    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า SCB EIC ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.4% ในกรณีฐาน (Base case) ซึ่งลดลงจากเดิมประมาณการเดิมที่ 1.8% ที่เคยประเมินไว้ในช่วงก่อนสงคราม โดยสาเหตุที่ทำให้ SCB EIC ตัดสินใจหั่นคาดการณ์ GDP ลง ได้แก่ ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ SCB EICอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไทยเฉลี่ยทั้งปีจะเร่งตัวขึ้นมากเกินกรอบเป้าหมายของ ธปท. อยู่ที่ 3.2% ขณะที่การบริโภคที่มีแนวโน้มจะถูกกระทบจากกำลังซื้อครัวเรือนและความเชื่อมั่นที่ลดลงตามราคาพลังงานและอาหารที่ปรับสูงขึ้น และจากรายได้แรงงานที่แท้จริงที่หดตัว นอกจากนี้ภาคธุรกิจจะได้รับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและอัตรากำไรที่ลดลง อาจทำให้ธุรกิจจะชะลอการลงทุนจากความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น

    ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ยังมองสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกมีโอกาสยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า จะกระทบ GDP ไทย 0.2-0.7% โดยอธิบายต่อว่า หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนาน 1-3 เดือน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยทั้งปี 2569 อยู่ที่ 75-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ในกรณีเลวร้าย หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยืนเหนือระดับ 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นานเกิน 3 เดือน จะทำให้เงินเฟ้อทั่วไปน่าจะหลุดกรอบบนของเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 3% ในขณะที่ GDP ทั้งปี 2569 มีแนวโน้มไม่เติบโต

    ด้าน KKP Research แม้ปรับเพิ่มประมาณการอัตราเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.8% จากเดิม 1.6% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ออกมาดีกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจปรับดีขึ้น ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังสร้างความเสี่ยงใหม่ที่น่ากังวลอย่างมาก โดยเฉพาะต่อประเทศไทยที่มีความเปราะบางต่อราคาพลังงานโลกสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

    KKP Research ยังชี้ว่า สถานการณ์ดังกล่าวดังกล่าวสร้างความเสี่ยงสำคัญที่กระทบไทยมากกว่าใครในภูมิภาค เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึงประมาณ 6.5% ของ GDP ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาค ส่งผลให้เมื่อราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ไทยจะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่น KKP Research ประเมินว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ (1) ด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ จากผลกระทบผ่านทางการท่องเที่ยว การส่งออก และการบริโภคที่จะชะลอตัวลง (2) ด้านเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น เพราะราคาพลังงานมีน้ำหนักค่อนข้างมากในตะกร้าสินค้าของคนไทย กระทบต่อค่าครองชีพและการบริโภคของประชาชน และ (3) ด้านดุลการค้า ดุลการค้าของไทยจะปรับตัวลดลงจากค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลน้อยลงและกดดันให้เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่า

    #TheStandardWealth
    https://www.facebook.com/share/p/18J79Z8BQw/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บรรลัย‼️ โรงกลั่นออสเตรเลียไฟไหม้ แล้วอัตราความฉิบหายสูงมาก เพราะก่อนนี้แดนจิงโจ้โรงกลั่น "เจ๊ง" ถ้วนหน้า ปัจจุบันเหลือเปิดอยู่แค่ 2 โรงเท่านั้น ⚠️ ฉะนั้น หายไป 1 โรงก็ โอ๊ยยย!!! ละหายตอนไหนไม่หาย ดันมาหายตอนที่ฮอร์มุซปิด!!!!!

    เสี่ยง "ขาดแคลน" สุดๆ สุดๆ สุดๆ

    กำลังการกลั่นบ้านเขา ราว 2 แสนบาร์เรล/วัน น้อยกว่าไทย 6 เท่า!

    หลังๆ ธุรกิจการกลั่นร่อแร่ๆ
    ต่างชาติก็พากันบ๊ายบาย บริษัทในประเทศก็ไม่ใช่จะแบกไหว ปิดกิจการไปทีละโรงสองโรง และสุดท้าย เหลือ 2
    ออสเตรเลียต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นๆ ๆ ๆ

    ล่าสุด เจอเรื่องไม่คาดฝันขึ้นอีก!
    โรงกลั่นที่เกิดเหตุ คือ "จีลอง" ของ "วีว่า เอเนอร์จี"
    ทำเอาสะเทือนทั้งแผ่นดิน

    ----

    คำว่า "ความมั่นคงทางพลังงาน" มันคืออะไรแบบนี้เองนะครับ ผมจำไม่ได้แน่ชัดนักว่าตอนที่บริษัทน้ำมันต่างชาติบ๊ายบาย แล้วรัฐบาลทำยังไง ก็คุ้นๆ อยู่ว่าพยายามหาทางจะอุ้ม หาทางจะจับบริษัทในประเทศมาช่วยยื้อ แต่ไม่รู้ว่าท่าไหนยังไงถึงเข็นไม่ไป (จำได้ว่าพยายามจะยื้อๆ อยู่พักใหญ่เหมือนกัน แต่สุดท้ายเอกชนก็ตัดสินใจชิ่งดีกว่า เพราะดูทรงแล้วไม่รอดแน่)
    โรงกลั่นที่เหลืออยู่ 2 โรง ก็เพราะรัฐบาลมาช่วยอุ้มเอกชนให้ไถๆ ไปได้นะครับ ไม่ใช่ลำแข้งตัวเองเต็มร้อย
    มันจำเป็นต้องมีไว้ครับ เผื่อฉุกเฉิน เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น อย่างเช่นฮอร์มุซปิด โอกาสเกิดยากมาก แต่เกิดแล้ว โอ้โห บรรลัยเลยล่ะครับ
    https://www.bloomberg.com/news/arti...-oil-refineries-police-say?srnd=homepage-asia

    https://www.facebook.com/share/18gxMZmJKG/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านส่ง MiG-29 บินคุ้มกันคณะผู้แทนของปากีสถานของ จอมพลอัสซิม มูเนียร์ ที่เดินทางมายังอิหร่าน

    นอกจาก MiG-29 แล้ว ยังมี F-4 Phantom ด้วย

    สำหรับ MiG-29 ในช่วง 40 วันแห่งการรุกรานอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอล ภายใต้ข้ออ้างเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ที่ไม่มีอยู่จริงเหมือนอาวุธเคมีในอิรัก ยังไม่มีภาพยืนยันที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือพอว่าสหรัฐและอิสราเอลสามารถทำลายมัน ไม่ว่าจะบนสนามบินหรือบนฟ้า

    ภาพที่สามารถยืนยันได้มีเพียง F-4 ที่จอดอยู่บนพื่น ภาพวาดเครื่องบิน และ YAK-130 ที่มีหลักฐานมายืนยันว่าถูกทำลายจริง

    #OrbitWire #สหรัฐ #อิหร่าน

    https://www.facebook.com/share/1AE1wUnP8U/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ ตัดสินใจส่งทหารอีกหลายพันนายไปเดินเล่นแถวตะวันออกกลางเพิ่มอีกรอบ

    รายงานโดย WSP U.S. sends thousands more troops to Mideast as Trump seeks to squeeze Iran

    วงจรชีวิตที่สลัดไม่หลุด บอกว่าจะ "จบสงคราม" (แต่เพิ่มทหารนะ) ส่งคนไปยืนจ้องหน้าอิหร่าน แล้วหวังว่ารอบนี้เขาจะกลัวจนยอมแพ้จริงๆ

    "ผู้นำที่เก่งจริงเขาต้องจบสงคราม ไม่ใช่ส่งอาหารไปเลี้ยงสงครามให้มันโตวันโตคืนแบบนี้!"

    นี่คิดว่าอิหร่านเขาจะ "หลงกล" รอบที่สามจริงๆ เหรอ? มันไม่ใช่รายการเซอร์ไพรส์วันเกิดนะ ที่จะทำท่าเดิมแล้วเขาจะตกใจทุกครั้ง

    ถ้าการส่งทหารไปรัวๆ คือวิธีแก้ปัญหา ป่านนี้ตะวันออกกลางคงสงบสุขจนเป็นสวนสนุกไปนานแล้วล่ะป๋า!

    #OrbitWire #สหรัฐ #อิหร่าน

    https://www.facebook.com/share/1CTApRWZ67/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เพนตากอนกำลังเสริมกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าไปยังตะวันออกกลางอีกหลายพันนาย ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ในขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามยกระดับกดดันอิหร่านให้ยอมอ่อนข้อในข้อตกลงที่จะยุติความขัดแย้งยาวนานหลายสัปดาห์

    กองกำลังที่จะเคลื่อนย้ายเข้าสู่ภูมิภาค ในนั้นรวมถึงราวๆ 6,000 นาย บนเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู.บุช และกองเรืออารักขาหลายลำ เช่นเดียวกับอีก 4,200 นาย บนกลุ่มเรือยกพลขึ้นบกพร้อมปฏิบัติการ Boxer และกองกำลังเฉพาะกิจนาวิกโยธิน การเสริมกำลังครั้งนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะไปรวมตัวกับเรือรบทั้งหลายที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางแล้ว ในขณะที่ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ใกล้หมดอายุ

    ประธานาธิบดีทรัมป์ พยายามบีบคั้นระบอบอิหร่านให้ยอมกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญในตะวันออกกลาง และยุติโครงการนิวเคลียร์ ผ่านการกดดันทางเศรษฐกิจและขู่ใช้กำลังทหาร การมาถึงของเรือรบเพิ่มเติม จะเป็นการถาโถมแรงกดดันเข้าใส่เตหะรานมากกว่าเดิม และเปิดทางให้พวกผู้นำกองทัพมีทางเลือกมากขึ้น ในกรณีที่การเจรจาล้มเหลว ตามรายงานของวอชิงตันโพสต์

    เพนตากอนและกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นในเรื่องเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางทหาร แต่เจ้าหน้าที่ในอดีตและปัจจุบัน เชื่อว่ากองกำลังเหล่านี้จะเข้าร่วมกับบุคลากรทางทหารราว 50,000 นายที่เกี่ยวข้องกับปฏิบติการต่อต้านอิหร่านอยู่ก่อนแล้ว

    กลุ่มเรือยกพลขึ้นบกพร้อมปฏิบัติการ Boxer จำนวน 3 ลำ ในนั้นรวมถึงกองพันทหารราบหนึ่งที่มีกำลังพลกว่า 8,000 นาย คาดหมายว่าจะเดินทางถึงภูมิภาคในช่วงปลายเดือนนี้ ขณะที่รายงานข่าวระบุว่าทีมจู่โจมติดอาวุธที่อยู่บนเรือจากหน่วยซีลของกองทัพเรือ นาวิกโยธินและยามชายฝั่ง ผ่านการฝึกฝนสำหรับปฏิบัติการยึดเรือต้องสงสัยที่สนับสนุนอิหร่านมาเป็นอย่างดี

    เจมส์ ฟอกโก อดีตนายพลกองทัพเรือที่ปลดเกษียณไปแล้ว ให้ความเห็นว่าการเดินทางไปถึงตะวันออกกลางของกองเรือรบกำลังเสริมสหรัฐฯ จะก่อแรงกดดันเพิ่มเติมกับอิหร่าน และเปิดทางให้ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯและเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงรายอื่นๆ มีทางเลือกมากขึ้น หากว่าการเจรจากับเตหะรานประสบความล้มเหลว

    แคโรไลน์ ลีวิตต์ เลขานุการฝ่ายสื่อสารมวลชนของทำเนียบขาว บอกกับพวกผู้สื่อข่าวในวันพุธ(15 เม.ย.) ว่า "เห็นได้ชัดว่า การที่อิหร่านยอมทำตามข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีนั้น จะเป็นผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ" ซึ่งในนั้นรวมถึงยุติโครงการนิวเคลียร์และยกเลิกการปิดตายการเดินเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

    ในขณะที่ยังคงมีการเดินหน้าพูดคุยระหว่าง 2 ฝ่าย ลีวิตต์ บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่จากวอชิงตันและเตหะราน จะพบปะกันอีกครั้งในอิสลามาบัด ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า "เรารู้สึกดีเกี่ยวกับแนวโน้มของข้อตกลงใดข้อตกลงหนึ่ง" เธอกล่าว

    ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ ที่ออกอากาศในวันพุธ(15 เม.ย.) เขาคิดว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบลงเร็วๆนี้ และคาดหมายว่าราคาน้ำมันจะปรับลดสู่ระดับก่อนหน้าสงครามในช่วงกลางปี บนข้อสันนิษฐานที่ว่าอเมริกาสามารถหยุดอิหร่านจากการมีอาวุธนิวเคลียร์

    ในส่วนของความคืบหน้าของการเสริมกำลัง รายงานข่าวระบุว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู.บุช ในวันอังคาร(14เม.ย.) อยู่แถวๆจะงอยแอฟริกา หลังตัดสินใจใช้เส้นทางอ้อมเลี่ยงการถูกโจมตี สำหรับมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง

    ส่วนกองเรือ 3 ลำของกลุ่มเรือยกพลขึ้นบกพร้อมปฏิบัติการ Boxer เพิ่งเดินทางออกจากฮาวายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และคาดหมายว่าจะเดินทางถึงตะวันออกกลางในอีก 2 สัปดาห์ ขณะที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษทางอากาศและภาคพื้นดิน นาวิกโยธินที่ 31 เดินทางจากโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ถึงตะวันออกกลางแล้ว ในช่วงปลายเดือนมีนาคม

    (ที่มา:วอชิงตันโพสต์/เนชันแนลทูเดย์)
    https://www.facebook.com/share/1Am7HQy5b2/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจเห็นสัญญาณบวก หลังมีรายงานความเป็นไปได้ในการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิง

    สื่อต่างประเทศรายงาน สหรัฐฯ-อิหร่านอาจพิจารณาขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 2 สัปดาห์
    มีรายงานจากแหล่งข่าวทางการทูตระบุว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาข้อเสนอเพื่อขยายระยะเวลาการหยุดยิงออกไปอีก 14 วัน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดระดับความรุนแรงในพื้นที่ขัดแย้งและเปิดทางให้กับการเจรจาในมิติอื่น ๆ ซึ่งนับเป็นท่าทีที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ

    ภาพรวมของสถานการณ์ขณะนี้ยังคงมีความละเอียดอ่อน โดยสื่อต่างประเทศและนักวิเคราะห์ความมั่นคงระบุว่า แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาวหรือกรุงเตหะราน แต่เริ่มเห็นสัญญาณการลดกิจกรรมทางทหารในบางพื้นที่ สอดคล้องกับรายงานข่าวกรองที่ชี้ว่าทั้งสองฝ่ายต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงที่อาจบานปลาย

    นักวิเคราะห์มองว่าหากการขยายเวลาเกิดขึ้นจริง จะส่งผลบวกโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลกและช่วยลดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลดีต่อดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกที่กำลังกังวลกับภาวะสงคราม

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: มีการพูดคุยผ่านช่องทางทางการทูตระหว่างสองฝ่ายในช่วงเวลาที่ผ่านมา
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: กรอบเวลาที่แน่ชัด 2 สัปดาห์ และเงื่อนไขแลกเปลี่ยนในข้อตกลง
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การลงนามในเอกสารข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – มีรายงานจากสื่อ แต่ยังไม่ยืนยันทั้งหมด

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม

    Source: Reuters / Al Jazeera
    https://www.facebook.com/share/1GnBdWS9PV/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "เตรียมพร้อม!?!"

    FB_IMG_1776308238860.jpg

    กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน เปิดหารือกับผู้ผลิตรถยนต์และภาคอุตสาหกรรมรายใหญ่ของสหรัฐ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหาร รองรับสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อในยูเครนและอิหร่านซึ่งทำให้คลังอาวุธของสหรัฐลดลงอย่างต่อเนื่อง

    โดยแนวคิดดังกล่าวสะท้อนแนวทางในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ภาคเอกชนถูกระดมกำลังผลิตเพื่อสนับสนุนกองทัพ

    ที่มา : Wall Street Journal


    https://www.facebook.com/share/p/1U6maTqCx3/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ∆... "บริษัทน้ำมันแห่งชาติเวเนรอวันล่มสลาย บริวารเมการวยอิ่มเอม"

    ***... PDVSA เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติของเวเนซุเอลา 100% คล้ายๆปิโตรนาสของมาเลเซีย... กำลังถูกปล้นประเทศจะล่มสลาย เหมือนไทย

    (***... Trafigura พี่มาทำแทน กดราคาขายต่อบาร์เรลต่ำ, และกินส่วนต่างสไตล์พ่อค้าคนกลาง ... รายได้ที่เคยได้เยอะก็ลดน้อยลงไป... ไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่ต้องไปดูแลราชการส่วนกลางและประเทศชาติ... )

    ... หลังจากการที่สหรัฐฯ ยึดครองสินทรัพย์น้ำมันของเวเนซุเอลาในช่วงต้นปี 2026 บริษัท PDVSA ก็ถูกตัดขาดจากแหล่งรายได้หลักอย่างสิ้นเชิง

    ... โดยรายได้จากการขายจะเข้าสู่ "บัญชีที่อเมริกา ควบคุม" แทนที่จะเป็นรัฐบาลเวเนซุเอลา

    ซึ่งยิ่งทำให้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศรุนแรงขึ้น

    ... อเมริกา ตั้งใจที่จะใช้ "รายได้จากการขายน้ำมัน" นี้เพื่อชำระหนี้ จ่ายเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แทนที่จะปล่อยเงินให้กับรัฐบาลของมาดูโร

    1)... รายได้ที่ถูกยึด: รัฐบาลอเมริกา เข้าควบคุมการขายน้ำมันเพื่อ "ปกป้อง" รายได้ โดยโอนเงินเข้า "ธนาคารเอกชนแทน"

    2)... การยึดทรัพย์สิน: ทรัพย์สินของเวเนซุเอลามากกว่าพันล้านดอลลาร์ถูกอายัดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนที่จะมีการยึดอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทำให้ความสามารถทางการเงินของ PDVSA เป็นอัมพาต

    3)... การบริหารจัดการใหม่: อเมริกา อนุญาตให้ "บริษัทอเมริกัน" ที่ได้รับการคัดเลือกดำเนินงานในเวเนซุเอลาเพื่อบริหารจัดการและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน

    4)... ผลกระทบต่อเวเนซุเอลา: การกระทำนี้ตัดเงินทุนของรัฐบาลมาดูโรอย่างมาก ซึ่งกำลังเผชิญกับหนี้สาธารณะรวมประมาณพันล้านดอลลาร์

    ... การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเบี่ยงเบนเงินทุนออกจากรัฐบาล โดยองค์กร Global Witness ระบุว่านี่เป็นการกระทำที่อาจทำให้เงินจำนวน 150 พันล้านดอลลาร์ของเวเนซุเอลาตกอยู่ในความเสี่ยง

    ... นับตั้งแต่การล่มสลายของประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังอเมริกา ได้ออกใบอนุญาตทั่วไป (GLs) จำนวนมาก เพื่อผ่อนคลายข้อจำกัดด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการค้ากับเวเนซุเอลา และส่งเสริมการลงทุนของอเมริกา ในประเทศเวเนซุเอลา

    ... อเมริกาได้คงไว้ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดมากขึ้นต่อเวเนซุเอลาตั้งแต่ปี 2017 แม้ว่าแต่ข้อจำกัดของ OFAC ก็เพิ่มขึ้นจากเดิมที่จำกัดการทำธุรกรรมของบุคคลสัญชาติอเมริกากับหน่วยงานรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจบางประเภทของเวเนซุเอลา

    ***... เอกชนอย่าง Trafigura กำลังได้รับผลกำไรมหาศาลจากการทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักในข้อตกลงมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จำนวน 50 ล้านบาร์เรล เพื่อขายน้ำมันดิบเวเนซุเอลา หลังจากการยึดอำนาจของนิโคลัส มาดูโรในปี 2026

    ... บริษัทนี้ร่วมกับ Vitol ถือครองใบอนุญาตพิเศษสำหรับเรื่องนี้ โดยขนส่งสินค้าไปยังโรงกลั่นในยุโรปและได้รับประโยชน์จากการซื้อน้ำมันในราคาที่ต่ำกว่าราคาน้ำมันเบรนท์ประมาณ 15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    (***... สุดท้ายบริษัทเอกชน Trafigura บริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์แต่ก็เป็นเครือข่ายของสมุนอเมริกา, ที่อเมริกาดึงมาทำหน้าที่แทน PDVSA ก็รวยอย่างมหาศาล ... คำถามคือแล้วรัฐบาลประชาชนเวเนซุเอลาได้อะไร

    ... มันก็คือการตั้งพ่อค้าคนกลางเพื่อจะกินกำไรส่วนต่างแทนที่จากเดิม PDVSA จะขายโดยตรงให้กับยุโรป ... เหมือน "ปดทรพี." ของไทยเลย... ยี่ปั๊วพ่อค้าคนกลางกินส่วนต่างทำให้ราคาแพงขึ้น ... แทนที่จะได้ขายตรงๆแล้วก็ได้เงินเต็มๆก็ถูกพ่อค้าคนกลางลดรายได้แล้วก็กินเงินส่วนนี้ไป... )

    .

    https://www.facebook.com/share/18DVr9YKRD/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สื่อหลัก UK The Guardian วิเคราะห์
    กำไรชั่วโมงละ 30 ล้านดอลลาร์❗
    บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ กำลังกอบโกยผลประโยชน์จากสงครามอิหร่าน จากผู้บริโภค — podcast
    FB_IMG_1776316898202.jpg
    ⛽ จากการวิเคราะห์พิเศษของ The #Guardian พบว่า : บริษัทน้ำมันและก๊าซ 100 อันดับแรกของโลก ทำกำไรโดยไม่ต้องทำงานมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง ในเดือนแรกของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ในอิหร่าน
    ____ โดยบริษัท Saudi Aramco, Gazprom และ ExxonMobil เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด จากผลกำไรมหาศาลนี้

    ⛽ ความขัดแย้งผลักดันราคาน้ำมันดิบให้เฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในเดือนมีนาคม 1 bbl = 42 แกลลอน gal = 158.987 Liters
    ___ น้ำมันดิบ 1 บาร์เรล สามารถผลิตน้ำมันเบนซินได้ประมาณ 72 ลิตร

    ส่งผลให้บริษัทต่างๆ คาดการณ์ว่า : จะมีกำไรจากสงครามในเดือนนั้นประมาณ 23,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 733,500 ล้านบาท
    ___ การจัดหาน้ำมันและก๊าซจะใช้เวลาหลายเดือน กว่าจะกลับสู่ระดับก่อนสงคราม และบริษัทต่างๆ จะทำกำไรได้ 234,000ล้านดอลลาร์ หรือ 7,460,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ หากราคาน้ำมันยังคงเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อไป

    ▪◾การวิเคราะห์นี้ใช้ข้อมูลจาก Rystad Energy ผู้ให้บริการข้อมูลข่าวกรองชั้นนำ ซึ่งวิเคราะห์โดย Global Witness
    .
    กำไรส่วนเกินมาจากกระเป๋าของประชาชนทั่วไป ที่ต้องจ่ายราคาสูงขึ้นเพื่อเติมน้ำมันรถ และใช้ไฟฟ้าในบ้าน รวมถึงธุรกิจที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น ___ หลายสิบประเทศได้ลดภาษีน้ำมันเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค รวมถึง อิตาลี ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ บราซิล และแซมเบีย ซึ่งหมายความว่าประเทศเหล่านั้น จัดเก็บเงินสำหรับบริการสาธารณะน้อยลง

    รมว.การคลังของเยอรมนี สเปน อิตาลี โปรตุเกส และออสเตรีย : "ส่งข้อความที่ชัดเจนว่า ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากผลกระทบของสงคราม ต้องมีส่วนร่วมในการบรรเทาภาระของประชาชนทั่วไป" ___ แรงกดดันกำลังเพิ่มขึ้นสำหรับการเก็บภาษีส่วนเกินจากกำไรสงคราม ของบริษัทน้ำมันและก๊าซ

    #EU มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่มขึ้น 22,000 ล้านยูโร หรือ 829,000 ล้านบาท นับตั้งแต่เริ่มสงครามกับอิหร่าน
    .
    #Aramco เป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด โดยคาดว่าจะทำกำไรจากสงครามได้ถึง 25,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 814,000 ล้านบาท ในปี 2026 หากราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์

    ◉ เป็นกำไรเพิ่มเติมจากกำไรมหาศาลที่บริษัทซาอุดีอาระเบียซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของส่วนใหญ่ ทำได้เป็นประจำอยู่แล้ว คือ 250 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ระหว่างปี 2016 ถึง 2023
    .
    บริษัทรัสเซีย 3 แห่ง ได้แก่ – Gazprom, Rosneft และ Lukoil คาดว่าจะทำกำไรจากสงคราม ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านได้ประมาณ 23,900 ล้านดอลลาร์ หรือ 763,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2026

    #รัสเซีย ได้รับรายได้จากการส่งออกน้ำมัน ความขัดแย้งนี้เป็นประโยชน์ต่อคลังสมบัติของวลาดิมีร์ ปูตินสำหรับสงครามในยูเครน
    ___ โดยรายได้ 840 ล้านดอลลาร์ต่อวัน หรือ 26,800 ล้านบาท ในเดือนมีนาคม สูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 50% ตามการวิเคราะห์ของ #CREA ศูนย์วิจัยด้านพลังงานและอากาศสะอาด
    .
    หากในปี 2026 ราคาน้ำมันที่ 100 ดอลลาร์

    ◉ ExxonMobil จะได้รับกำไรจากสงคราม 11,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 351,000 ล้านบาท ___ ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นในเดือนหลังจากที่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น : 118,000 ล้านดอลลาร์

    ◉ Chevron กำไร 9,200 ล้านดอลลาร์ หรือ 293,000 ล้านบาท ___ ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 104 ล้านดอลลาร์ ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม

    ◉ Shell กำไร 6,800 ล้านดอลลาร์ หรือ 217,000 ล้านบาท ___ ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 34,000 ล้านดอลลาร์
    .
    กำไรจากสงครามที่ประเมินไว้นั้นคำนวณโดยใช้ Rystad Energy’s UCube database ซึ่งบูรณาการข้อมูลแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซทั่วโลก

    ___⭕ กำไรจากสงคราม ที่ได้มานั้น คำนวณโดยการเปรียบเทียบกระแสเงินสดอิสระที่เกิดจากการผลิตน้ำมันและก๊าซในเดือนมีนาคม ซึ่งราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เทียบกับราคา 70 ดอลลาร์ก่อนสงครามอิหร่าน

    ข้อมูลนี้เป็นกำไรต้นน้ำ ที่ประเมินไว้หลังหักภาษี และค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายด้านเงินทุน และการดำเนินงาน
    .
    ❗ Saudi Aramco, Shell และ TotalEnergies ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น
    ❗ขณะที่ ExxonMobil, Chevron, Gazprom, Petrobras และ ADNOC ไม่ตอบสนองต่อคำขอแสดงความคิดเห็น

    www.theguardian.com/environment/2026/apr/15/big-oil-huge-war-windfall-consumers

    https://www.facebook.com/share/1B1SdnxnA6/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘กบน.’ ไม่ลดราคาหน้าปั๊ม! แต่ลดภาระ ‘กองทุนน้ำมัน’ ด้วยการลดการชดเชย ‘ดีเซล’ ลง ขณะที่เพิ่มการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนจากน้ำมัน ‘กลุ่มเบนซิน‘ โดยกองทุนน้ำมัน ยังติดลบกว่า 6 หมื่นล้านบาท

    https://www.facebook.com/share/1B4QrDDaTt/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยื่นแล้ว!
    ส.ส. เดโมแครตยื่นญัตติ #Impeachment "ถอดถอน" พีท เฮ็กเซ็ธ รัฐมนตรีกลาโหมอเมริกา ข้อหาทำสงคราม! (ส่วนทรัมป์ รอไปก่อน!)

    https://www.theguardian.com/us-news/2026/apr/15/democrats-pete-hegseth-impeachment

    https://www.facebook.com/share/p/1HbrKHgCk2/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สภาความมั่นคงรัสเซียเตือน: การเจรจาอาจเป็นฉากบังหน้าของสหรัฐ หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าเตรียมโจมตีอิหร่านภาคพื้นดิน
    FB_IMG_1776324626708.jpg
    สำนักข่าว TASS ของรัสเซีย รายงานว่า สภาความมั่นคงรัสเซียเปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลอาจใช้ “การเจรจาสันติภาพ” เป็นฉากบังหน้า เพื่อเตรียมการสำหรับปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน ขณะที่เพนตากอนยังคงเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง”

    สภาความมั่นคงยังชี้ว่า ตามข้อมูลจากกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ ปัจจุบันมีทหารอเมริกันมากกว่า 50,000 นายในภูมิภาค รวมถึงนาวิกโยธิน 2,500 นายจากหน่วย 11th Expeditionary Corps, กำลังรบกว่า 1,200 นายจากหน่วยพลร่ม 82nd Airborne Division, หน่วยปฏิบัติการพิเศษ Delta Force และหน่วย 75th Ranger Regiment

    นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ประมาณ 500 ลำประจำการอยู่ในฐานทัพในตะวันออกกลาง โดยในจำนวนนี้เป็นเครื่องบินยุทธวิธีกว่า 250 ลำ และยังมีกองเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ มากกว่า 20 ลำ

    ตามคำกล่าวของทรัมป์ กองกำลังเหล่านี้จะยังคงประจำการ “ใกล้อิหร่าน” จนกว่าเตหะรานจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของวอชิงตัน

    รายงานยังระบุว่า กองกำลังจากหน่วยพลร่ม 82nd Airborne Division ยังคงถูกส่งเข้าสู่ตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กองกำลังยกพลขึ้นบกนำโดยเรือ USS Boxer พร้อมนาวิกโยธิน 2,500 นาย และกองเรือบรรทุกเครื่องบินนำโดย USS George H.W. Bush กำลังเคลื่อนเข้าสู่เขตความขัดแย้ง โดยคาดว่าจะถึงทะเลอาหรับในช่วงเวลาใกล้กับการสิ้นสุดของข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์

    ท้ายที่สุด สภาความมั่นคงรัสเซียเตือนว่า “ควรคาดการณ์ถึงการเคลื่อนไหวเชิงรุกของกองกำลังพันธมิตร ทั้งในด้านการเติมเต็มอาวุธโจมตีและระบบป้องกันขีปนาวุธ รวมถึงกิจกรรมด้านข่าวกรองที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”


     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ภาพจาก Reuters เผยให้เห็นอีกด้านของกรุงเตหะราน (Tehran) ทางตอนเหนือ

    ผู้หญิงไม่ต้องสวมฮิญาบ ร้านกาแฟยังคงแน่นขนัด ผู้คนมาออกกำลังกาย ใช้ชีวิตราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    แต่ภายใต้ความ “ปกติ” นั้น คือหัวใจของชนชาติที่ผ่านไฟสงครามมาครั้งแล้วครั้งเล่า "นิ่ง แต่ไม่อ่อนแอ" ใช้ชีวิต แต่ไม่ลืมว่าอะไรคือศักดิ์ศรี

    ขณะที่ชาวอิหร่านยังคงเฝ้ารอ “สันติภาพ” ไม่ใช่ในฐานะ "ผู้รอรับ" แต่ในฐานะที่พวกเขาพร้อมจะกำหนดด้วยตัวเอง

    https://www.facebook.com/share/v/18K8r56Lqv/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1.mp4
      ขนาดไฟล์:
      4.2 MB
      เปิดดู:
      60
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพสหรัฐพยายามดึงให้ค่ายรถยนต์อย่าง GM และ Form มาช่วยผลิตอาวุธสงครามด้วย

    เพราะอาวุธสงครามของสหรัฐอาจมีไม่พอหากสงครามยืดเยื้อ

    [Wall Street Journal รายงาน]

    สหรัฐฯ ดึง “ค่ายรถยนต์” เข้าร่วมผลิตอาวุธ รับความเสี่ยงสงครามยืดเยื้อ

    กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (Pentagon) ได้เริ่มหารือกับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่าง General Motors และ Ford Motor เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ ตามรายงานของ The Wall Street Journal โดยสะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์ความมั่นคงที่อาจยืดเยื้อ

    การเจรจานี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะกว้างของรัฐบาลสหรัฐ ที่ต้องการให้ภาคอุตสาหกรรมเอกชน โดยเฉพาะผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักร เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการสนับสนุนการผลิตด้านการทหาร

    ประเด็นสำคัญ

    การหารือเริ่มขึ้น “ก่อน” สงครามอิหร่านปัจจุบัน แต่มีน้ำหนักมากขึ้นจากความตึงเครียดล่าสุด
    เป้าหมายคือ “ขยายกำลังการผลิต” ให้ทันต่อความต้องการอาวุธ
    บริษัทที่ถูกดึงเข้ามา ล้วนมีศักยภาพด้าน manufacturing scale และ supply chain ขนาดใหญ่

    https://www.facebook.com/share/p/1BLY6AcAMJ/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปีเตอร์ มาจยาร์ ผู้ชนะการเลือกตั้งของฮังการี เปิดรับความร่วมมือเชิงปฏิบัติกับจีน

    ปีเตอร์ มาจยาร์ ผู้ชนะการเลือกตั้งของฮังการี กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เขาเปิดกว้างต่อความร่วมมือเชิงปฏิบัติกับจีน และความร่วมมือดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

    ในการแถลงข่าวนานาชาติครั้งแรก หลังจากพรรคทิสซาของเขาชนะการเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มาจยาร์กล่าวว่า จีนเป็น “หนึ่งในประเทศที่สำคัญและทรงอิทธิพลที่สุดในโลก” และความร่วมมือระหว่างสองประเทศสอดคล้องกับผลประโยชน์ของทั้งฮังการีและจีน

    เขากล่าวว่า
    “ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่ง และเราก็ยินดีอย่างมากที่จะต้อนรับผู้นำจีนมายังฮังการีด้วยเช่นกัน”

    #Hungary's election winner Peter Magyar said on Monday that he is open to pragmatic cooperation with #China and the cooperation serves the interests of both sides.

    Speaking at his first international press conference after his Tisza party won Sunday's parliamentary election, Magyar said China is "one of the most important and strongest countries in the world" and that cooperation is in the interest of both countries.

    "I would be very happy to visit Beijing, and we would also be very pleased to welcome Chinese leaders here in Hungary," he said.

    https://www.facebook.com/share/p/1CD6Ru6TXa/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โรงแรม Jumeirah Burj Al Arab อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของนครดูไบ จะปิดให้บริการเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง เพื่อดำเนินการบูรณะครั้งใหญ่ หลังจากโรงแรมได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นภายหลังการโจมตีเมื่อวันที่ 1 มีนาคม.

    Dubai’s iconic Jumeirah Burj Al Arab will close for 1.5 years for major restoration. The hotel was damaged by a fire following an attack on March 1.
    https://www.facebook.com/share/p/1AwqH6S6BV/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    New York Times รายงาน “ทรัมป์และเมโลนีแตกคอกัน ท่ามกลางข้อพิพาทที่ทวีความรุนแรงเรื่องพระสันตะปาปาและอิหร่าน”

    Trump and Meloni Split Amid Growing Dispute Over Pope and Iran

    ความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดในยุโรป กำลังเผชิญรอยร้าวรุนแรง หลังเกิดความขัดแย้งทั้งประเด็นสมเด็จพระสันตะปาปาและสงครามอิหร่าน ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายออกมาโจมตีกันผ่านสื่ออย่างเปิดเผย

    เมโลนีเคยใช้ความสัมพันธ์กับทรัมป์เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อทำหน้าที่เชื่อมยุโรปกับผู้นำสหรัฐฯ แต่แรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากทรัมป์ไม่เป็นที่นิยมในอิตาลี และถูกมองว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคาก๊าซพุ่งสูง กระทบต่อประชาชนอย่างหนัก เมื่อทรัมป์วิจารณ์สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 เมโลนีจึงออกมาปกป้องทันที โดยระบุว่าคำพูดของทรัมป์ “ไม่อาจยอมรับได้”

    ทรัมป์ตอบโต้ด้วยการให้สัมภาษณ์สื่ออิตาลีว่าไม่ได้พูดคุยกับเมโลนีมานาน แสดงความไม่พอใจที่อิตาลีไม่เข้าร่วมสงครามอิหร่าน พร้อมกล่าวว่าเธอไม่กล้าหาญอย่างที่เคยคิด และย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิตาลี “ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” เหตุการณ์ดังกล่าวถูกมองว่าเป็นจุดตกต่ำที่สุดของความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างทั้งสองผู้นำ

    เส้นทางการเมืองของเมโลนีถือว่าน่าสนใจ จากอดีตนักเคลื่อนไหวแนวขวาจัดวัยรุ่น สู่ผู้นำพรรคขวาจัด และพัฒนาเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอิตาลีในฐานะนักอนุรักษนิยมสายปฏิบัติ นักวิเคราะห์ชี้ว่าความสัมพันธ์กับทรัมป์เคยช่วยเสริมบทบาทเธอในฐานะตัวกลางระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯ แต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นภาระทางการเมือง ทำให้เธอต้องเริ่มตีตัวออกห่าง

    ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มแน่นแฟ้นตั้งแต่ปี 2018 เมื่อเมโลนีเชิญสตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาทรัมป์ร่วมงานการเมือง และต่อมาได้ขึ้นเวทีการประชุมอนุรักษนิยมในสหรัฐฯ พร้อมแสดงการสนับสนุนทรัมป์อย่างเปิดเผย แม้ยังชื่นชมผลงานด้านนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ในอดีต แต่เมื่อทรัมป์กลับมามีอำนาจ เขากลับกดดันอิตาลีให้เพิ่มงบกลาโหมและยอมรับเงื่อนไขการค้าที่เสียเปรียบ

    ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อเมโลนีเริ่มคัดค้านนโยบายบางอย่างของทรัมป์ เช่น การขึ้นภาษีนำเข้า และแนวคิดใช้กำลังทหารกับกรีนแลนด์ ก่อนสถานการณ์จะแย่ลงอย่างมากเมื่อสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านโดยไม่แจ้งอิตาลีล่วงหน้า ส่งผลให้รัฐมนตรีกลาโหมอิตาลีต้องอพยพฉุกเฉิน และราคาพลังงานภายในประเทศพุ่งสูง กระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล

    เมโลนีจึงประกาศชัดว่าอิตาลีไม่ต้องการเข้าสู่สงคราม วิจารณ์การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าอยู่นอกกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงเริ่มเว้นระยะห่างจากอิสราเอลด้วยการไม่ต่ออายุข้อตกลงด้านกลาโหมโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม เธอยังพ่ายแพ้ในการลงประชามติปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถูกมองว่าเป็นการวัดความนิยมตัวผู้นำเอง ทำให้เกิดการปลดรัฐมนตรีและทีมงานบางส่วน

    นักวิเคราะห์เห็นว่าการแตกหักกับทรัมป์อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองของเมโลนี โดยเฉพาะหลังวิกเตอร์ ออร์บาน ผู้นำฮังการีซึ่งเป็นพันธมิตรสายขวาคนสำคัญพ้นอำนาจ ส่งผลให้เธอมีพันธมิตรในยุโรปลดลง และอาจจำเป็นต้องหันกลับไปสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกระแสหลักของสหภาพยุโรป ก่อนการเลือกตั้งอิตาลีในปีหน้า

    ด้านทรัมป์แสดงความผิดหวัง โดยระบุว่าเมโลนีเปลี่ยนไปจากที่เขาเคยรู้จัก สะท้อนการสิ้นสุดของความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าแข็งแกร่งที่สุดระหว่างเขากับผู้นำยุโรป.

    https://www.facebook.com/share/p/18QXFjSYqs/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    New York Times รายงาน “จบแล้วจริงหรือ? ภาพสงครามอิหร่านที่ทรัมป์นำเสนอปะทะกับความเป็นจริง”

    Done and Dusted? Trump’s Portrayal of the War in Iran Collides With Reality.

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามนำเสนอว่าสงครามกับอิหร่านใกล้สิ้นสุดลงและสหรัฐประสบชัยชนะเกือบสมบูรณ์ พร้อมอ้างว่ารัฐบาลใหม่ของอิหร่านมีท่าที “สมเหตุสมผลมากขึ้น” หลังการเปลี่ยนผู้นำสูงสุด อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าสถานการณ์จริงสวนทางกับคำกล่าวดังกล่าว โดยอำนาจภายในอิหร่านกลับตกอยู่ในมือกลุ่มสายแข็ง โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามมากขึ้น และการขึ้นดำรงตำแหน่งของอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ยังสะท้อนความต่อเนื่องของระบอบเดิมมากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

    แม้สหรัฐและอิสราเอลจะโจมตีอิหร่านนาน 40 วันก่อนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่การค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ และอิหร่านก็ยังไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องด้านโครงการนิวเคลียร์ของสหรัฐ ขณะที่ทรัมป์ยังคงยืนยันว่ากองทัพเรือ กองทัพอากาศ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านถูกทำลายอย่างหนัก รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวนมากถูกสังหาร

    ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางประเมินว่าการโจมตีกลับยิ่งทำให้อิหร่านแสดงศักยภาพในการสร้างแรงกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการค้าพลังงานและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากตลาดพลังงานและการเมืองภายในประเทศ ขณะที่มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าพันธมิตรสามารถรับมือการตอบโต้ของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียได้เพียงใด

    อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า แนวทางการเมืองแบบใช้อิทธิพลส่วนบุคคลและแรงกดดันของทรัมป์ ซึ่งเคยใช้ได้ผลกับพันธมิตรสหรัฐ อาจไม่เหมาะกับอิหร่านที่มีโครงสร้างอำนาจซับซ้อนและยากต่อการควบคุม ด้านรัฐบาลสหรัฐยังคงพยายามผลักดัน “ข้อตกลงใหญ่” ที่จะเปิดทางให้อิหร่านกลับสู่ระบบเศรษฐกิจโลก หากปรับพฤติกรรมตามที่วอชิงตันต้องการ แม้การเจรจาระหว่างรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ กับเจ้าหน้าที่อิหร่านในปากีสถานจะยังไม่บรรลุผล

    นักวิเคราะห์มองว่าอิหร่านตระหนักถึงอำนาจต่อรองของตน หลังสงครามส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและคะแนนนิยมทางการเมืองของพรรครีพับลิกัน ทำให้อิหร่านมีแนวโน้มต่อรองอย่างแข็งกร้าว ทั้งในประเด็นนิวเคลียร์และบทบาทการบริหารช่องแคบฮอร์มุซ อดีตเจ้าหน้าที่ทีมเจรจาสหรัฐระบุว่า อิหร่านไม่น่าจะยอมตามข้อเรียกร้องสำคัญของทรัมป์ เพราะมองว่าตนเองไม่ได้พ่ายแพ้ในสงคราม และข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นมีแนวโน้มเป็นเพียงข้อตกลงขนาดเล็กที่ตอบผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายมากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบอบอิหร่าน.

    https://www.facebook.com/share/p/1C6uxXBnj2/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,452
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันโลกป่วน! สหรัฐโกยส่งออก 12.7 ล้านบาร์เรล/วัน รับทรัพย์สงครามอิหร่าน

    อยู่ดีๆ สงครามก็เปลี่ยน “อเมริกา” ให้กลายเป็นปั๊มน้ำมันของโลกแบบเต็มตัว

    สัปดาห์เดียว สหรัฐฯ ส่งออกน้ำมันทะลุ 12.7 ล้านบาร์เรล/วัน
    ในนั้นเป็น “น้ำมันดิบ” มากกว่า 5 ล้านบาร์เรล/วัน — สูงสุดเป็นประวัติการณ์

    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่โลกกำลังเจอ “ช็อกพลังงาน” ครั้งใหญ่
    หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ
    ซึ่งปกติเป็นเส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันโลกถึง ~20 ล้านบาร์เรล/วัน

    ผลคือ… ผู้ผลิตอ่าวเปอร์เซียต้องหั่นกำลังการผลิตรวมกว่า 9.1 ล้านบาร์เรล/วัน
    Supply โลกหายไปทันที

    แล้วใครเติมช่องว่างนี้?
    คำตอบคือ “Shale Oil ของสหรัฐฯ”

    น้ำมันอเมริกันถูกส่งไปเอเชียแบบไม่ทันตั้งตัว
    จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ — ต้องหันมาพึ่งสหรัฐแทนตะวันออกกลาง

    ราคาน้ำมันเลยพุ่งไปโซน $100–110+ ต่อบาร์เรล
    และสหรัฐขายได้ “ราคาพรีเมียม”

    นี่ไม่ใช่แค่การส่งออกเพิ่ม
    แต่มันคือการ “เปลี่ยนบทบาท” ของอเมริกาในเกมพลังงานโลก

    จากผู้นำเข้า → กลายเป็น “ผู้กำหนดเกม”

    ---

    แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีแต่ด้านบวก

    เพราะยิ่งส่งออกมาก
    น้ำมันในประเทศก็ยิ่งตึง

    ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐพุ่งไป $4–6 ต่อแกลลอน
    กดดันเงินเฟ้อ และกระทบผู้บริโภคโดยตรง

    พูดง่ายๆ คือ
    บริษัทพลังงาน “กำไร”
    แต่ประชาชน “จ่ายแพงขึ้น”

    ---

    มุมมองนักลงทุนต้องมองให้ลึกกว่านั้น

    1. สหรัฐกำลังใช้ “พลังงาน” เป็นอาวุธภูมิรัฐศาสตร์
    ประเทศในเอเชียเริ่มพึ่งพา US มากขึ้นแบบเลี่ยงไม่ได้

    2. ราคาน้ำมันสูง = เงินเฟ้อโลกยืด
    ดอกเบี้ยอาจลงช้ากว่าที่ตลาดคาด

    3. ประเทศนำเข้า (รวมไทย) จะโดนเต็มๆ
    ต้นทุนพลังงานสูง → กดกำไรธุรกิจ → กระทบเศรษฐกิจ

    4. ระยะยาว เกมนี้อาจ “เร่ง” การเปลี่ยนผ่านไป EV / พลังงานสะอาด
    เพราะไม่มีใครอยากเสี่ยงกับน้ำมันราคาแพงแบบนี้อีก

    ---

    สุดท้ายแล้ว…
    นี่คือ “โอกาสทอง” ของอเมริกา
    หรือแค่ “กำไรระยะสั้นจากสงคราม”

    ถ้าวันหนึ่งช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิด
    เกมนี้จะพลิกอีกครั้งไหม?
    https://www.facebook.com/share/1BdxZqdZtG/
     

แชร์หน้านี้

Loading...